Mindset

28

“ละเอียดรอบคอบ” จุดแข็งที่ QA 9 ใน 10 คนเลือกใช้

“ละเอียดรอบคอบ”จุดแข็งที่ QA 9 ใน 10 คนเลือกใช้ เวลามีคนบอกว่า “ไม่น่าจะกระทบส่วนอื่น” เราก็ไปไล่เช็คเองต่อRequirement เขียนว่า “ระบบต้องทำงานถูกต้อง” เราก็ถามกลับว่าต้องมีเงื่อนไขแบบไหนบ้างเราคิด test case ครบทุกเคสที่มีใน flow พร้อมเตรียม test data อย่างละเอียด แล้วเราก็บอกว่าจุดแข็งของเราคือ “ละเอียดรอบคอบ” . ช่วงนี้มีคนทักเข้ามาถามพี่กิ่งเรื่องการเตรียมสัมภาษณ์เยอะเลยค่ะ แต่คำถามที่เจอซ้ำบ่อยที่สุด กลับไม่ใช่เรื่อง technical เลย มันคือ“ไม่มั่นใจว่าจะเอาอะไรไปสู้กับคนอื่น”“ไม่รู้ว่าจะบอกจุดแข็งของตัวเองว่าอะไร” . มีอยู่ 3 คำ ที่ QA จะเขียนคล้ายๆ กันหมดค่ะ “ละเอียดรอบคอบ”“ช่างสังเกต”“ใส่ใจรายละเอียด” ไม่ใช่เพราะทุกคนลอกกันแต่เพราะ ทุกคนคิดว่าการเป็น QA ต้องมีสิ่งนี้มันคือ job description ของอาชีพเรา . แต่รู้อะไรมั้ยคะ 3 คำนี้ เป็นจุดอ่อนของพี่กิ่งเลยค่ะ 🤣ถ้าใครเคยทำงานด้วยกันจะรู้ว่า เวลาที่มีงานต้องรีวิวละเอียดๆพี่กิ่งจะให้คนในทีมช่วยเสมอ แล้วค่อยมาดูภาพรวมตอนหลังอีกทีไม่ใช่เพราะพี่กิ่งโยนงานนะคะ แต่เพราะเรารู้ว่าจุดแข็งของแต่ละคนอยู่ที่ไหน ทำ

“ละเอียดรอบคอบ” จุดแข็งที่ QA 9 ใน 10 คนเลือกใช้ Read More »

29

คนที่เก่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง

เคยเจอบั๊กแปลกๆ ที่ไม่รู้จะ reproduce ยังไงมั้ยคะทำกี่รอบก็ไม่เจอเหมือนที่ลูกค้าเจอ หรือบางทีก็เป็นบ้างไม่เป็นบ้างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ . เท่าที่พี่กิ่งสังเกตเนี่ย คนที่ไปต่อได้ในสถานการณ์แบบนี้มักจะไม่ใช่คนที่เขียน test case เก่งที่สุด หรือ เก่ง SQL มากที่สุดหรอกค่ะ . แต่มักจะเป็นคนที่✅ ไปคุยกับ customer support รู้เรื่องว่า user ทำอะไรมาบ้าง แล้วเอามาใช้สืบต่อได้✅ เปิด log เปิด DB ดู ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีอะไรบ้าง มีตรงไหนที่ดูน่าสงสัย✅ เข้าใจ behavior ของ business จริงๆ เลยพอเดาออกว่า user จะทำอะไรบ้าง✅ อธิบายให้ dev ฟังด้วยภาษาที่ dev เข้าใจ หรือเข้าไปช่วย investigate กับ dev เลย✅ พอเจอ root cause ก็อธิบายให้ business ฟังด้วยภาษาที่เค้าเข้าใจ

คนที่เก่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง Read More »

30

ยิ่งรีบยิ่งไปไม่ถึงไหน

ยุคนี้เนี่ย ใครๆ ก็พากันมาแชร์ว่าใช้ AI ทำนู่นทำนี่ได้เต็มไปหมดมี model ใหม่ๆ tool ใหม่ๆ agent ใหม่ๆ ออกมาให้ดูแทบทุกวันเห็นแล้วก็อยากลองไปหมดทุกตัว พอไม่มีเวลาลองก็กลัวจะตามเค้าไม่ทันแต่สุดท้ายพองานจริงเข้ามา ก็ยังนั่งทำแบบเดิมอยู่ดี ไม่มีอะไรเร็วขึ้นซักอย่าง . พอมาคิดดูดีๆ เรามัวแต่กลัวว่าจะตามเทรนด์ไม่ทันแต่จริงๆ เรายังไม่รู้เลยว่าอยากให้ AI มาช่วยให้งานเร็วขึ้นยังไงบ้างพอมีอะไรออกมาใหม่ เราก็อยากลอง อยากเรียนไปหมดเหมือนไล่เก็บวิธีใช้ tool ไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ . ช่วงนี้มีแนวคิดนึงที่กำลังมาแรง คือ Slow AI ค่ะไม่ได้แปลว่าพี่กิ่งต่อต้าน AI หรือบอกว่าไม่ต้องไปเรียนนะคะเอาจริงๆ ตอนนี้พี่กิ่งใช้ AI ทุกวัน ทั้งวัน ทั้งเรื่องงาน และไม่ใช่เรื่องงาน แต่แนวคิด Slow AI คือ การตั้งใจเลือกว่าจะเอาอะไรไปใช้ตรงไหนแทนที่จะไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้ tool ใหม่ๆ อย่างเดียวเพราะถ้าพื้นฐานเรายังไม่แน่นพอ ก็กลายเป็นเราเอา AI เข้ามาเร่งให้ปัญหามันเกิดเร็วขึ้น . สิ่งที่พี่กิ่งเห็นซ้ำๆ ทั้งจากที่ทำเอง และคนที่มาคุยเรื่อง

ยิ่งรีบยิ่งไปไม่ถึงไหน Read More »

32

Consistency หน้าตาเป็นแบบนี้

เคยเป็นมั้ยคะ ตั้งใจจะทำอะไรซักอย่างช่วงแรกๆ ก็ไฟแรง ทำทุกวัน แล้วซักพักก็ค่อยๆ เลิกไปกลายเป็นทำไม่เสร็จซักอย่าง . พี่กิ่งสารภาพเลยว่าเป็นบ่อยเลยค่ะตั้งใจจะอ่านหนังสือทุกวันตั้งใจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน แต่กลายเป็นทำได้แป๊บนึง ก็ขาดช่วงไปแล้วก็ทิ้งมันไว้แบบนั้น ไม่ได้กลับมาต่อ ผ่านไปซักพัก มีไฟใหม่ ก็กลับไปเริ่มใหม่ วนไปอยู่แบบนั้น . เวลาเราจะเรียนอะไรซักอย่างก็เหมือนกันค่ะตั้งใจจะฝึกทำ Automation Test ทุกวันบางวันนั่งเขียนได้ทั้ง flow บางวันหา locator เจอแค่ตัวเดียวก็เหนื่อยแล้ว . แต่จริงๆ สิ่งที่พี่กิ่งคิดว่าสำคัญมาก คือ consistency ค่ะความสม่ำเสมอในการทำสิ่งนั้น แล้วความสม่ำเสมอที่ว่ามันไม่ได้แปลว่าเราต้องทำได้ดีทุกวันแต่มันคือ การที่เราหลุด แล้วก็กลับมาทำต่อบางวันทำได้เยอะ บางวันทำได้นิดเดียว ก็ได้ไม่ต้อง perfect ทุกวัน แต่อย่าปล่อยให้หลุดยาว จนเลิกไป เพราะสกิลของเรามันเกิดจากการสะสมที่ทบไปเรื่อยๆวันนี้ทำนิดนึง บวกกับเมื่อวานอีกนิดนึงดีกว่าตั้งใจทำจนหมดแรง แล้วก็ไม่อยากทำต่อสุดท้ายพักยาว พอกลับมาทำอีกรอบ ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก อีกอย่างนึงคือ พอเรายิ่งทำถี่ๆ แบบที่ไม่ต้องทำเยอะหรือ perfect ทุกครั้งก็ยิ่งทำให้การเริ่มครั้งต่อไปง่ายขึ้นเรื่อยๆ . ใครกำลังเรียนอะไรอยู่วันไหนรู้สึกเหนื่อย ก็ลองเปิดมาดูนิดๆ ก็ได้ค่ะ อย่างถ้าใครเรียน

Consistency หน้าตาเป็นแบบนี้ Read More »

34

เห็นคนอื่นเขียน Automate ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองคงเก่งไม่พอ

เห็นคนอื่นทำ Automation Test ได้กันคล่องแคล่วรันเทสกันรัวๆ มี dashboard มี test report สวยงาม แล้วก็มีความรู้สึกนึงแทรกเข้ามา“เราคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” . แต่รู้อะไรมั้ยคะ… สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเค้าค่ะมันคือปลายทางที่กว่าจะไปถึง เค้าอาจจะเดินวนมาแล้วหลายรอบและเรากำลังเอาจุดเริ่มต้นของตัวเองไปเทียบกับปลายทางของคนอื่น . พี่กิ่งจะเล่าเรื่องนึงที่ไม่ได้เกี่ยวกับ QA เลยซักนิด ไม่รู้มีใครเคยอ่าน Suddenly Talented มั้ยคะเป็นหนังสือของ Sean D’Souzaที่ช่วงแรกของเล่มบอกว่า ทุกคนวาดปลาวาฬได้แน่นอนถ้าค่อยๆ ทำตามสเต็ปที่เค้าบอก พี่กิ่งเลยลองหยิบ ipad กับปากกา มาลองทำตามดูค่ะแล้วก็ได้ปลาวาฬที่อยู่ในรูปของโพสนี้ออกมา ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ หลังจากนั้นพี่กิ่งก็ยังลองวาดรูปปลาวาฬอีกหลายตัวลองเปลี่ยนตรงนั้นตรงนี้ ลองวาดหลายๆ แบบ ได้น้องมาอีกหลายตัวโดยที่ไม่มีใครบอก และก่อนหน้านี้พี่กิ่งไม่เคยคิดซักนิดว่าตัวเองจะวาดรูปได้ พอเราทำได้อย่างนึงแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียวแต่ความรู้สึกที่ว่าเรา “ทำได้” มันทำให้อยากไปลองต่อเอง ตอนแรกที่พี่กิ่งวาดรูปไม่ได้เป็นเพราะยังไม่เจอคนที่มาบอกสเต็ปให้เดินต่างหาก Sean บอกว่า การที่เราเรียนอะไรแล้วไม่รู้เรื่องเรามักจะโทษตัวเอง ว่าเราเก่งไม่พอ เลยเรียนไม่รู้เรื่องแต่จริงๆ แล้ว มันเป็นความผิดของคนสอนต่างหาก ที่ทำให้เราเข้าใจขั้นตอนไม่ได้ . กลับมาที่เรื่อง QA กันดีกว่าค่ะ

เห็นคนอื่นเขียน Automate ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองคงเก่งไม่พอ Read More »

36

Skill Stacking

ตอนพี่กิ่งเริ่มงานที่แรก เลือก QA เพราะแค่คิดว่าเราเขียนโค้ดไม่เก่งแต่พอมาวันนี้ กลายเป็นว่าทุกสิ่งที่ทำมามันดันต่อกันพอดีแล้วก็กลายมาเป็นคนที่คุมทีม Tech ทั้งทีม . ในคลาส Testing the Right Way เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมามีคำถามข้อนึงที่น่าสนใจมากค่ะ มีคนที่มาจากสายอื่น แล้วอยู่ๆ ก็ต้องมาทำงาน QA ด้วยก็เลยเกิดความสงสัยว่า ควรจะไปทางไหนต่อดีควรจะโฟกัสแค่งานสายเดิมที่ทำได้ดีอยู่แล้วหรือเปลี่ยนมาโฟกัสสาย QA แบบเต็มตัวไปเลย แต่พี่กิ่งตอบไปว่า เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกทางใดทางหนึ่งก็ได้ . ทีนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมาค่ะ พี่กิ่งเนี่ย เป็นคนที่จบมาก็ทำสาย QA มาตั้งแต่แรกเลยค่ะตอนนั้นมีให้เลือกว่าจะทำข้อสอบของ Dev หรือ QAด้วยความที่คิดว่าตัวเองเขียนโค้ดไม่เก่งเท่าเพื่อน (เพราะในคณะมีแต่เทพเดินชนกันเต็มไปหมดค่ะ)ก็เลยเลือก QA ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเขียนโค้ด… แต่สุดท้ายก็ได้ย้ายตัวเองมาทำสาย Automation Testing อยู่ดี พอได้มาทำ กลายเป็นว่า skill ที่พี่กิ่งสะสมมา มันเริ่มต่อกันเองโดยไม่รู้ตัว จากตอนทำ Manual มา ทำให้เข้าใจ business requirement และ การออกแบบ

Skill Stacking Read More »

37

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปีหรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง . เคยเป็นมั้ยคะ รู้สึกว่าตัวเองติดอยู่กับที่ พยายามจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแต่ผ่านไป ก็ได้แค่ เขียน test case, ทำ regression, execute test วนไปอยู่อย่างนั้นซื้อคอร์สมาก็แล้ว ลองเรียน Python, Javascript ก็แล้วRobot, Cypress, Playwright ก็พยายามจะเรียนทุกอย่างแต่สุดท้ายก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อ ใครเป็นแบบนี้อยู่ มาลองอ่านเรื่องนี้กันค่ะ . เคยได้ยิน กฎ 10,000 ชั่วโมงมั้ยคะมันมาจาก Malcolm Gladwell ค่ะ จากหนังสือชื่อ Outliersเค้าบอกว่า การฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นเวลา 10,000 ชั่วโมงจะทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แต่จริงๆ แล้วแค่ 10,000 ชั่วโมงมันอาจจะไม่พอก็ได้นะคะ . การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ 10,000 ชั่วโมง โดยไม่สนใจอะไรเลยไม่ได้เอา

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง Read More »

38

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน . ช่วงนี้พี่กิ่งได้มีโอกาสคุยกับหลายๆ คนที่มาปรึกษาบ้างหรือบางคนก็โดนพี่กิ่งทักไปถามก่อนบ้างทำให้เห็นสิ่งนึงที่เกือบทุกคนมีคล้ายๆ กันคือความไม่มั่นใจและความกลัวว่าตัวเองจะทำได้รึเปล่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอเราคิดว่าตัวเอง “คงทำไม่ได้หรอก”อะไรหลายๆ อย่างที่คิดอยากจะเริ่ม ก็เลยไม่ได้เริ่มลงมือทำซักทีเอาแต่จดๆ จ้องๆ อยู่อย่างนั้น . พี่กิ่งอยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เราจะรู้สึกแบบนี้ยิ่งในสังคมการทำงานที่เราอยู่ บางทีมันไม่ได้มีพื้นทีให้เราสร้างความมั่นใจให้ตัวเองเลยแล้วยิ่งมี Social Media อะไรต่างๆ มาทำให้เราเผลอไปเปรียบเทียบกับคนอื่นยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก . แต่รู้อะไรมั้ยคะ…ความมั่นใจมันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติและคนส่วนใหญ่คิดว่า “ต้องมีความมั่นใจก่อน ถึงจะกล้าลงมือทำ” แต่จริงๆ แล้วมันทำงานสลับกันค่ะ เราต้องลงมือทำก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และ มีทักษะเพิ่มขึ้นแล้วความมั่นใจจะตามมาหลังจากนั้น . ถ้าใครที่อยากเริ่ม แต่ยังไม่กล้าซักทีสิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การสร้างความมั่นใจค่ะแต่คือการเริ่มทดลองทำสิ่งเล็กๆ ไปเลยแล้วพอเราเห็นผลลัพธ์ว่าจริงๆ แล้วมันดีกว่าที่กลัวความมั่นใจก็จะตามมาเอง . ไม่ว่าจะอยากเริ่มเขียน Automate อยากเป็น QA ที่เก่ง Technical กว่านี้อยาก Present งานให้ดีขึ้น อยากพูดในที่ประชุมให้รู้เรื่องขึ้น ถ้าใครอยากเริ่มสร้างความมั่นใจจากการลงมือทำให้ลองทำแบบนี้ค่ะ 👉 เริ่มจากสิ่งเล็กๆ: หาอะไรที่ง่ายๆ และทำสำเร็จได้จริงในแต่ละวัน แล้วทำไปเลยค่ะ มันจะเป็นการสะสมความรู้สึกว่าเราทำได้ 👉

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน Read More »

169 wordpress feature image (1)

ให้ AI เขียนเทสให้ รันผ่านหมด แต่ไม่เข้าใจเลยว่ามันทำอะไร

ให้ AI เขียนเทสให้ รันผ่านหมดแต่ไม่เข้าใจเลยว่ามันทำอะไร . เมื่อเช้าพี่กิ่งมี Q&A session พิเศษ ให้คนในคลาส Automation ค่ะตั้งใจจะให้คนมาถามคำถาม พูดคุยกัน เผื่อใครไปทำการบ้านแล้วติดอะไรแต่สุดท้ายคุยกันเรื่อง AI เป็นส่วนใหญ่เลยค่ะ เรื่องที่คุยกันก็ประมาณนี้ “ลอง vibe code แล้วไม่รู้จะคุมยังไงให้ผลลัพธ์ตรงกับที่อยากได้”“ทำออกมาได้ แต่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ถูกควรเป็นยังไง”“ใช้ AI ทำได้หมดทุกอย่าง เร็วมาก แต่ไม่เข้าใจที่มันทำเลย” พอ AI มันทำให้ได้เร็วขึ้นมากๆบางทีเราก็เผลอข้าม ไม่อ่าน ไม่ทำความเข้าใจสิ่งที่มันทำพอไม่เข้าใจ ก็เกิดปัญหาตามมาทีหลังค่ะ . สิ่งที่พี่กิ่งอยากให้ทุกคนลองมองไปด้วยกันไม่ว่าจะมี AI หรือไม่มี AIปัญหาของการทำ Software ก็ยังอยู่เหมือนเดิมค่ะ ไม่ว่าจะเป็น communication, processการคุย requirement ให้ชัดเจนการตกลง architecture ให้ชัดการทำ unit test และ shift-left เพื่อให้มี quality ที่ดี ถ้ายังมีปัญหาพวกนี้อยู่แล้วเอา AI

ให้ AI เขียนเทสให้ รันผ่านหมด แต่ไม่เข้าใจเลยว่ามันทำอะไร Read More »

169 wordpress feature image

อยู่ตำแหน่งเดิมมา 6 ปี ไม่ขยับไปไหนเลย

อยู่ตำแหน่งเดิมมา 6 ปี ไม่ขยับไปไหนเลยแต่พอย้ายงาน เงินเดือนกลับขึ้นแบบก้าวกระโดด . ช่วงแรกของการทำงาน พี่กิ่งเป็น QA engineer อยู่ 6 ปีเลยค่ะตำแหน่งเดิม ชื่อเดิม ไม่ได้ขึ้นเป็น senior กับเค้าซักที ตอนนั้นก็เริ่มกังวลว่าเราอยู่ที่เดิมนานเกินไปมั้ยทำไมไม่ได้โตเหมือนคนอื่นเค้าบ้าง . แต่พอย้อนกลับไปดูในช่วง 6 ปีนั้น ว่าทำอะไรไปบ้างเลยค้นพบว่ามันไม่เคยได้อยู่นิ่งเลยค่ะ ทำอะไรไปหลายอย่างมากย้ายไปทำหลายทีม หลาย product ได้จับทั้งเรื่อง functional test เขียน test case รันเทส ปกติทั่วไปรวมทั้ง non-functional test ที่ตอนนี้น่าจะไม่ได้หาทำง่ายๆอย่างพวก infrastructure, เทส hardware, server, networkต้องเรียนของใหม่อยู่เรื่อยๆ แล้วก็ได้ทำงานกับทีมหลายแบบมากๆ แต่ทั้งหมดที่พูดไป มันไม่ได้ไปโผล่อยู่ที่ชื่อตำแหน่ง . 💡 สกิลหลายๆ อย่างที่ใช้ทำงานอยู่ตอนนี้ ก็มาจากช่วงนั้นแหละค่ะ ที่ทุกวันนี้เซ็ต CI/CD ได้เอง ก็เพราะเคยใช้ unix

อยู่ตำแหน่งเดิมมา 6 ปี ไม่ขยับไปไหนเลย Read More »