Mindfulness

8

พี่กิ่งเคยจัด workshop เรื่อง AI สิ่งที่คนได้กลับไป กลับไม่ใช่แค่วิธีใช้ AI

พี่กิ่งเคยจัด workshop เรื่อง AIสิ่งที่คนได้กลับไป กลับไม่ใช่แค่วิธีใช้ AI แต่คือการได้รู้ว่าตัวเองจัดการชีวิตได้ดีกว่าที่คิด . ตอนเริ่มทำ workshop แต่ละคนก็มีความกังวลต่อ AI ที่ต่างกันไปแต่พอมาดูคำตอบแล้ว มันคล้ายกันมากเลยค่ะ “กลัวโดนแทนที่”“กลัวตกงาน”“กลัวตามไม่ทัน เพราะ AI เปลี่ยนเร็วมาก” . ความกลัวพวกนี้มันไม่ได้เกินจริงเลยค่ะยิ่งในยุคนี้ที่ AI เปลี่ยนเร็วมากๆ มี model ใหม่ๆ ออกมาทุกวันกะพริบตาครั้งเดียว ความรู้ที่เรามีก็อาจจะใช้ไม่ได้ซะแล้ว และสิ่งที่ทำให้มันเหนื่อยคือความกังวลเหล่านี้มันมานั่งอยู่ในหัวของหลายๆ คนทั้งจากข่าวที่เราอ่าน จากสิ่งที่เราเห็นคนแชร์ใน social media จะอ่านก็ทำให้กังวลกับอนาคต จะไม่อ่านก็กลัวจะตามคนอื่นไม่ทัน . แต่พอพี่กิ่งมานั่งดูฟีดแบ็คที่ได้จาก workshop ครั้งนั้นหลายคนก็เขียนถึงเรื่องคล้ายๆ กันอีกแล้ว 💡 ได้รู้ว่าตอนนี้รู้สึกอะไร คาดหวังอะไร และควบคุมมันได้แค่ไหน💡 รู้ว่าอะไรควบคุมได้ อะไรควบคุมไม่ได้💡 ได้เห็นเรื่องเล็กๆ ที่ทำได้ตอนนี้เลย ความกลัวมันไม่ได้หายไปไหนเลยนะคะแต่มันถูกแยกออกมาเป็นสัดเป็นส่วน ที่เรารู้สึกว่าจับต้องได้ . 💬 พี่กิ่งทำงานด้าน Quality มาเกือบยี่สิบปีสิ่งที่งานนี้สอนพี่กิ่งอย่างนึงคือ เราไม่มีวันทำให้ความเสี่ยงหายไปหมดได้(ทุกคนรู้ดีว่าใครพูดว่า

พี่กิ่งเคยจัด workshop เรื่อง AI สิ่งที่คนได้กลับไป กลับไม่ใช่แค่วิธีใช้ AI Read More »

39

Retrospective แบบไม่ตีกัน

“Retrospective” 🙋 ใครไม่ชอบทำ Retrospective บ้างคะเข้าไปทีไรก็คุยกันแต่เรื่องเดิมๆ มีแต่โยนปัญหาใส่กัน โทษกันไปมาก็มีสุดท้ายได้เข้าไปตีกันอย่างเดียว จบมีตติ้งทุกอย่างก็เหมือนเดิมSprint หน้า ก็เข้าไปคุยเรื่องเดิมๆ กันอีก ยิ่งเวลาผ่านไป คนก็ยิ่งพูดน้อยลงทุกวันสุดท้ายทั้งทีมก็หมดไฟ รู้สึกว่าแก้อะไรไม่ได้หรอก ที่พิมพ์มานี่ ไม่ใช่อะไรนะคะ ประสบการณ์ตรงล้วนๆ! . พี่กิ่งเพิ่งเข้าไปทำ Retrospective ให้กับทีมนึงมาค่ะแล้วรู้สึกว่าเป็น session ที่ดีพอสมควรเลยอยากจะมาเล่าให้ฟัง สิ่งที่เกิดขึ้นในนั้นคือ ทุกคนแย่งกันพูด แบบไม่มีใครฟังกันไม่ใช่แค่เรื่องงานอย่างเดียวด้วยนะคะคุยอะไรกันไม่รู้มากมายไปหมด ร้อยคนพูด ศูนย์คนฟังว่ากันตรงๆ ก็เป็นการรันมีตติ้งที่เหนื่อยมากพอสมควร เพราะต้องคอยตบให้เข้าเรื่องตลอดเวลา 😂 แต่สิ่งนึงที่สัมผัสได้ใน session นี้คือทุกคนสนุกค่ะ . รอบนี้พี่กิ่งทำแบบ Good / Bad / Tryบอกทุกคนว่าเขียนเรื่องอะไรก็ได้เลย ที่เกิดขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์นี้“จะเกี่ยวกับงานหรือไม่เกี่ยวกับงานก็ได้” ทุกคนก็ถามว่าอะไรก็ได้เลยเหรอใช่ค่ะ อะไรก็ได้เลย จะกินข้าวอร่อย ได้ดูซีรี่ส์ที่ชอบ ฝนตกน้ำท่วม เขียนมาให้หมด ปรากฏว่า… โพสอิทท่วมกระดานค่ะ คนออกมาเขียนเยอะมากทุกคนเขียนอะไรกันมาบ้างก็ไม่รู้ คิดว่าเกินครึ่งไม่เกี่ยวกับงานเลยมีคนแปะชื่อคู่จิ้นที่ชอบมาด้วย เริ่ดเลยล่ะ

Retrospective แบบไม่ตีกัน Read More »

169 wordpress feature image (3)

อยากเป็น Automation QA ต้องเรียน Tool ตัวไหนดี

เรียน Cypress, Selenium, Playwright ดีกว่ากันเป็นอีกหนึ่งคำถามที่มีคนถามพี่กิ่งบ่อยๆ เลยนะคะ คำถามก็ดูสมเหตุสมผลดีถ้าถามตอนนี้พี่กิ่งก็จะตอบทุกคนไปว่า Playwrightไม่ใช่เพราะมันเป็น tool ที่ดีที่สุดแต่เพราะมันเป็น tool ที่ใช้เรียนได้ง่ายที่สุดในตอนนี้ แล้วจริงๆ มันยังมีอะไรซ่อนอยู่ในคำตอบนั้นอีกเยอะเลยค่ะ . ลองคิดภาพตามว่ามี QA คนนึง น้องเอคนดีคนเดิมของเราน้องเอบอกว่า ปีนี้ฉันจะเป็น Automation QA ให้ได้เลยก็ใช้เวลาตั้งใจเรียน Selenium มาอย่างดี จนเขียนได้คล่องแล้ว แล้ววันนึงก็ดันไปอ่านคอมเม้นชาวเน็ตว่า “เดี๋ยวนี้เค้าไม่ค่อยใช้ Selenium กันแล้วนะ” ความรู้สึกแรกของน้องเอคืออะไรคะ? “Panic รีบไปหาเรียน tool ใหม่ต่อ”“เสียดายเวลาที่เสียไปเป็นปี”“แล้วทีเรียนมาทั้งหมดต้องทิ้งเลยมั้ย?”“ต้องเริ่มใหม่อีกแล้วเหรอ” ความรู้สึกนี้น่าจะเกิดขึ้นกับหลายๆ คนใช้มั้ยคะโดยเฉพาะยุค AI ครองโลกแบบนี้ ที่กระพริบตาทีเดียว ก็มีอะไรออกมาใหม่เต็มไปหมด แต่พี่กิ่งอยากชวนตั้งคำถามข้อนึงค่ะ“แล้วที่เราเรียนมาทั้งปี เราเรียนอะไรกันแน่?” . ถ้าคำตอบคือ“เรียนวิธีใช้ Selenium” นั่นแหละ มีปัญหาแน่ ไม่ใช่ว่า Selenium ไม่ดีนะคะจริงๆ ตลาดงานส่วนใหญ่ก็น่าจะยังเป็น Selenium อยู่มันยังไม่ได้ตายไปไหนด้วยซ้ำ บริษัทที่ใช้

อยากเป็น Automation QA ต้องเรียน Tool ตัวไหนดี Read More »

169 wordpress feature image

อย่าทำงานจนไม่ได้ใช้ชีวิต

ใครเคยรู้สึกว่าเราทำงานจนไม่ได้ใช้ชีวิตบ้างมั้ยคะ พี่กิ่งเคยเป็นแบบนั้นเลย งานทั้งเหนื่อยทั้งเครียด ไม่ชอบงานที่ตัวเองทำเลยกลายเป็นอยากให้แต่ละวันผ่านไปเร็วๆ เลิกงานก็หมดแรงหรือบางทีก็ทำงานจนไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นต่อแล้ววันๆ นั่งคิดแต่ว่า เมื่อไหร่จะวันเสาร์อาทิตย์ เมื่อไหร่จะวันหยุด คิดวนไปวนมาอยู่แบบนี้ แล้ววันนึงก็มาคิดได้ว่า ถ้าเราเป็นแบบนี้ กลายเป็นว่าเราใช้ชีวิตจริงๆ แค่วันเสาร์อาทิตย์เลยนะเราเสีย 5 ใน 7 ของชีวิตไปเลย กับการเฝ้าแต่คิดอยากให้มันผ่านไปเร็วๆ 5 วัน จาก 7 วัน มันคิดเป็น 71.4% เลยนะคะ… แล้วชีวิตเราไปอยู่ที่ไหน? . พี่กิ่งเพิ่งฟัง podcast ของ Mel Robbins มาค่ะเรื่อง “8 Simple Reminders You Need to Hear Right Now”8 เรื่องเตือนใจง่ายๆ ที่ทุกคนควรฟังเดี๋ยวนี้ แล้วมันตรงกับเรื่องที่คิดพอดีเลยค่ะ เลยอยากเอามาเล่าให้ฟัง 1️⃣ Enjoy this exact momentอย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเรื่อยๆ ลองใช้เวลาซักแป๊บมองหาสิ่งที่ดี ในวันธรรมดาๆ นี่แหละอาจจะเป็นแค่สิ่งเล็กๆ

อย่าทำงานจนไม่ได้ใช้ชีวิต Read More »

169 wordpress feature image (10)

นั่งงมมาทั้งวันก็ยังไม่ไปไหน

แล้วก็เริ่มสงสัยว่า “หรือเราเองที่เก่งไม่พอ” 🫠 เป็นกันมั้ยคะ เวลาที่ติดอยู่กับอะไรซักอย่างมาทั้งวัน คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกบั๊กที่ทำยังไงก็หาวิธี reproduce ไม่ได้Requirement ที่แสนจะซับซ้อน ที่คิด test case ยังไงก็รู้สึกว่ายังไม่ครบAutomation Test ที่เขียวๆ แดงๆ หาทางแก้ไม่ได้ซักที งานที่มัน “ควรจะเสร็จได้แล้ว” แต่ทำยังไงก็ไม่มีความคืบหน้าซักที พอเวลาผ่านไปนานเข้า เสียงในหัวก็เริ่มเปลี่ยนจาก“มันติดตรงไหนกันนะ” ไปเป็น “หรือจริงๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งาน… แต่อยู่ที่ตัวเราที่ยังเก่งไม่พอ” แล้วก็จมอยู่ตรงนั้น พยายามฝืนทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่า “มันต้องเสร็จได้แล้ว” . แต่จริงๆ แล้ว อาจจะไม่ใช่แบบนั้นนะคะการที่เราติดปัญหาอะไรซักอย่างนานๆ หาทางไปต่อไม่ได้ มันไม่ได้แปลว่าไม่เก่งเสมอไปแต่มันอาจจะแปลว่า สมองเรา overload แล้ว สมองเราตอนนั้นมันเหมือนสมองที่ไม่ยอม clear cache ออกไปซักทีมันมักจะมีอะไรเดิมๆ ค้างอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น assumption ที่เราคิดว่าน่าจะใช่มุมมองที่เราเคยคิดไปแล้ววิธีที่เราเคยลองไปแล้วแล้วมันก็จะวนๆ อยู่อย่างนั้น ที่สำคัญคือ สิ่งที่เราชอบทำกันเวลาที่ติดแบบนี้คือ “ฝืนทำต่อไปเรื่อยๆ”นั่งยาวๆ ไม่ยอมลุก ไม่พักกินข้าว บอกตัวเองว่า ขอดูตรงนี้อีกนิด

นั่งงมมาทั้งวันก็ยังไม่ไปไหน Read More »

169 wordpress feature image (26)

ทำ QA มาสักพัก แต่ทำไมยิ่งทำ ยิ่ง “ไม่มั่นใจ” ขึ้นทุกวัน

ความรู้สึกแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเทสไม่เป็น หรือ ไม่เก่งนะคะแต่มันคือความ “ไม่มั่นใจ” ว่าสิ่งที่เราทำไปเนี่ยคือสิ่งที่ถูกจริงๆหรือเปล่า ถึงเราจะเขียน Test Case รันเทสผ่าน เจอบั๊ก แก้ไปหมดแล้วแต่บางทีก็อาจจะมีคำถามแว้บเข้ามาว่า “ที่เราเทสไปเนี่ย ครบจริงๆใช่มั้ย”“หรือแค่โชคดี ที่ยังไม่เจอบั๊กอะไรแรงๆ”“ยังมีอะไรอีกมั้ยที่เราอาจจะลืมหรือมองข้ามไป” เนี่ยแหละค่ะ อีกหนึ่งความยากของงาน QAเพราะบางทีมันบอกไม่ได้ว่า แค่ไหนคือดีพอ เทสแค่ไหนถึงจะมั่นใจได้ เอาง่ายๆ คือ เราไม่รู้ในสิ่งที่เราไม่รู้ (งงมั้ยคะ)เราก็เลยกังวลใจว่าจะมีตรงไหนที่ยังหาไม่เจออีกมั้ย ที่ผ่านมา ก็เลยจะเห็นบางคนที่กอดงานเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยซักทีขอเทสตรงนั้นเพิ่มอีกนิดนึง ตรงนี้ก็อยากจะเช็คอีกรอบบางทีรัน regression ไปหลายรอบแล้วก็ยังไม่มั่นใจซักที สุดท้ายก็มักจะจบลงที่การแบกความกังวลไว้คนเดียวกลัวว่าพลาดขึ้นมาแล้วจะกลายเป็นคนที่ต้องตอบคำถาม อยากให้ทุกคนที่กำลังเป็นแบบนี้อยู่ ลองทบทวนดูนะคะการพยายามแบกทุกอย่างไว้คนเดียวมันเหนื่อยเกินไป ✅ ลองปรับมุมมองว่างานด้าน Quality มันคือเรื่องของ “ทั้งทีม”ไม่ใช่แค่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง 📌 ถ้าตรงไหนไม่ชัวร์ ไม่รู้จะเทสยังไง อาจจะลองเดินไปถาม Dev ก็ได้ว่าเคสนี้เค้ามองยังไง ช่วยกันดู ช่วยกันคิดเคสดักไว้ตั้งแต่แรก📌 ถ้ากลัวพลาด ก็บอกกับทีมตรงๆ เลยค่ะ ว่าเราเทสไปเท่านี้นะ แต่ยังมีส่วนนี้ที่ไม่มั่นใจ เพื่อให้ทีมเตรียมรับมือ ถ้าเกิดปัญหาก็จะได้ช่วยกัน📌 ถ้าพลาดขึ้นมาจริงๆ ก็เก็บปัญหาไว้เป็นบทเรียนค่ะ

ทำ QA มาสักพัก แต่ทำไมยิ่งทำ ยิ่ง “ไม่มั่นใจ” ขึ้นทุกวัน Read More »

169 wordpress feature image (20)

Server ยังต้องมี Downtime แล้วทำไมเราจะหยุดพักบ้างไม่ได้!

วันนี้อยากชวนทุกคนมานั่งคุยกันในหัวข้อสบายๆ บ้างนะคะแต่คิดว่าเรื่องนี้เป็นอีกหัวข้อนึงที่สำคัญมากๆ ในวงการ Tech ที่เรามักจะใช้ชีวิตกันเหมือน “รันโหลดเทส” ใส่ตัวเองอยู่ตลอดเวลา ใครเป็นแบบนี้บ้างยกมือเลยค่ะ! 🙋‍♀️🙋‍♂️  บางทีก็ทำงานลากยาวจนถึงดึก เจอ Production Bug ต้องอยู่กันถึงเช้า เสาร์-อาทิตย์ก็เผลอคิด Test Case วันหยุดก็แว้บมาเปิดคอมเขียน Automate เพิ่มซักหน่อย… แล้วพอถึงวันทำงานเราก็ลากร่างพังๆ ไปเข้า standup ต่อ พี่กิ่งก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้วค่ะ บางทีเราก็เผลอคิดไปว่า “ถ้าเราหยุด งานจะเดินต่อไม่ได้” หรือ “หยุดไปแล้ว กลับมางานก็จะยิ่งเยอะกว่าเดิม” แต่รู้มั้ยคะ ความจริงแล้ว “การพักผ่อน ก็คือส่วนหนึ่งของการทำงานที่มีประสิทธิภาพ” เหมือนกัน ถ้าร่างกายเราเป็น Server คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างคะ 🔥 วิ่งไปเรื่อยๆไม่พัก = เหมือนเรารัน script ไปเรื่อยๆตลอดเวลาอาจจะเกิดอาการ Overheat, CPU พุ่งเกิน 100% หรืออาจจะแถม Memory Leak เข้าไปอีก เราไม่สามารถรันระบบไปเรื่อยๆ 24/7

Server ยังต้องมี Downtime แล้วทำไมเราจะหยุดพักบ้างไม่ได้! Read More »

169 wordpress feature image (15)

อย่าปล่อยให้ Bug ในใจ… ทำระบบชีวิตคุณล่ม!

🗺️ ใครๆ ก็บอกว่า QA คือ Navigator ที่ต้องคอยนำทาง แต่ Navigator จะพาใครไปถึงเส้นชัยได้ยังไง… ถ้าตัวเราเองยัง แบตหมด จนมองไม่เห็นทางข้างหน้า? ถ้าเปรียบเทียบการทำ Software เหมือนการแข่งรถ 🏎️ งานของเราไม่ใช่แค่คอยตะโกนห้าม หรือคอยเบรกอย่างเดียวนะคะ แต่เราต้องใช้ “การช่างสังเกต” และ “สมาธิ” ประมวลผลอยู่ตลอดเวลา ฟังดูเหมือนจะเท่ แต่ความจริงคือใช้พลังงานสมองมหาศาลมาก เพราะเราต้องตัดสินใจอะไรแบบนี้วันละเป็นสิบเป็นร้อยเรื่อง ทั้งผ่าน/ไม่ผ่าน, Go/No Go หรือต้องมานั่งคัดแยกว่านี่คือ Bug หรือ Requirement Gap กันแน่? คิดวนไปตลอดทั้งวัน จนบางครั้งเราอาจจะเกิดอาการช็อต หรือ Burnout โดยไม่รู้ตัว 🔋 เช็กสัญญาณเตือน: ว่าคุณกำลัง Burnout รึเปล่า? ลองสังเกตตัวเองดูนะคะ ว่าเริ่มมีอาการแบบนี้มั้ย ถ้ามีครบสามข้อ… อาจจะเป็นสัญญาณเตือนว่าคุณเริ่มแบตหมดแล้วนะคะ ต้องรีบแก้ก่อนที่ใจจะพังไปมากกว่านี้ 🛑 วิธี “Pit Stop”

อย่าปล่อยให้ Bug ในใจ… ทำระบบชีวิตคุณล่ม! Read More »

169 wordpress feature image (13)

Documentation คือจดหมายรักถึงตัวเองในอนาคต 💌

ไหนใครเกลียดการเขียน Test Case หรือทำ Document บ้าง 🙋‍♀️เชื่อว่าหลายๆคนรู้สึกว่ามันน่าเบื่อ เสียเวลา เอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นดีกว่า… แต่พอผ่านไป 3 เดือน ต้องกลับมาเทสงานเดิม กลับไปเปิด Test Case ที่เคยเขียนไว้ดูแล้วก็ตะโกนออกมาว่า “นี่กูเขียนอะไรไว้วะเนี่ย” 🤯 🌹 วันนี้พี่กิ่งอยากชวนปรับ Mindset รับวาเลนไทน์กันนิดนึงค่ะ หลายคนเข้าใจผิดว่า Test Case ที่ดีต้อง“ละเอียด” ยิบย่อยทุกฝีเก้า 1. คลิกซ้าย 2. คลิกขวา 3. หายใจเข้า 4. หายใจออก… โอ๊ยยย แบบนี้ก็เกินไปหน่อย  จริงๆแล้ว Test Case แบบนี้ออกแนวจดหมายลูกโซ่ มากกว่าจดหมายรักค่ะ อ่านแล้วก็จับประเด็นไม่ได้ ไม่รู้ว่าตกลงต้องการอะไรกันแน่! 📝 Test Case ที่ดี ต้อง “รู้ใจ Business”ไม่ใช่แค่เขียนให้เสร็จๆ ไป เพื่อให้มีงานส่ง แต่ต้องเขียนเพื่อตอบโจทย์ว่า “เรากำลังปกป้อง

Documentation คือจดหมายรักถึงตัวเองในอนาคต 💌 Read More »

169 wordpress feature image (8)

1 หน้า vs 3 หน้า: ความลับของการเขียนเปลี่ยนชีวิต

1 page vs 3 pages ความต่างที่เห็นได้ชัดแบบไม่น่าเชื่อ ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา แอบไปยืนอ่านหนังสือเล่มนึง (ขอโทษสังคมที่ไม่ได้ซื้อค่ะ) ที่ชื่อว่า The Artist’s Way – A Spiritual Path to Higher Creativity ของคุณ Julia Cameron  แล้วหน้าที่เปิดไปเจอพูดถึงกิจกรรมที่เรียกว่า Morning Pages ซึ่งเป็นการเขียนอะไรก็ได้ที่ไหลออกมาจากสมองของเรา 3 หน้ากระดาษ และให้เราทำสิ่งนี้เป็นอย่างแรกในทุกๆ เช้าหลังตื่นนอน บางคนอาจจะคิดว่า “ใครมันจะไปเขียนได้ตั้ง 3 หน้า”“ชีวิตนี้ชั้นไม่เคยเขียนอะไรมาก่อน” “จะเอาอะไรมาเขียนเยอะขนาดนั้น” แต่ช้าก่อน! ก่อนจะคิดแบบนั้น เรามาทำความรู้จักสิ่งที่เรียกว่า Free Writing กันก่อน แล้วจะรู้ว่าทุกคนเขียนได้แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ ต้องบอกก่อนว่า Free Writing ไม่ใช่การเขียนบทความ ไม่ใช่การเขียนไดอารี่ ไม่จำเป็นต้องใช้คำสวยงาม และ ที่สำคัญคือ ไม่ใช่การเขียนให้ใครอ่าน และใช่ค่ะ ไม่ได้เขียนให้ตัวเราเองอ่านด้วย เราไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปอ่านอีก กฎของการเขียน Free

1 หน้า vs 3 หน้า: ความลับของการเขียนเปลี่ยนชีวิต Read More »