Mindset

169 wordpress feature image (2)

จากคนที่ไม่ได้เขียนโค้ดเลย จนสร้างระบบที่ทำงานซ้ำๆ แทนตัวเองได้

จากคนที่ไม่ได้เขียนโค้ดเลย จนสร้างระบบที่ทำงานซ้ำๆ แทนตัวเองได้เริ่มมาจากการกดปุ่ม record แค่ปุ่มเดียวค่ะ . ย้อนกลับไปช่วงที่พี่กิ่งยังทำงาน manual อยู่ก็ทำงานแบบกดเทสบนหน้าจอเองทีละขั้น ซ้ำๆ ทุกรอบอยู่มาวันนึงก็คิดว่ามันน่าจะทำ automation ได้แต่ตอนนั้นยังไม่รู้จะเริ่มยังไงเลยค่ะ . หาไปหามาก็เลยไปเจอสิ่งที่กำลังเริ่มฮิตในยุคนั้นคือ Selenium ค่ะ (บอกยุคสมัยเลยทีเดียว)ซึ่งมันมีเครื่องมือที่ช่วยให้เรากด record and playback ได้ คือเราสามารถกดอัดสิ่งที่เราทำบนหน้าจอ แล้วเล่นซ้ำได้มันจะสร้างเป็น script ออกมาให้เราเอาไปใช้ได้เลย โค้ดชุดแรกที่เอามาลองใช้ก็มาจากตรงนั้นแหละค่ะเป็นโค้ดแบบบ้านๆ ที่ไม่ได้มีโครงสร้างอะไรเลยตอนนั้นไม่รู้เลยด้วยว่าที่ได้ออกมานี่ดีหรือไม่ดี แต่ที่รู้แน่ๆ คือมันทำได้ . แล้วหลังจากนั้นมันก็ค่อยๆ ขยับไปทีละขั้นค่ะ 👉 กด record ได้โค้ดชุดแรกที่รันได้มา👉 เอาโค้ดนั้นมาลองทำความเข้าใจดู แล้วก็ลองเพิ่มเทสอื่นที่เราอยากทำ👉 เริ่มเห็นว่ามันมีโครงที่ใช้ซ้ำได้👉 เริ่มวางโครงสร้างให้โค้ดทั้งโปรเจกต์👉 เริ่มคิดว่าน่าจะให้มันอ่าน test case ใน Excel แล้วรันออโต้ได้เลย👉 ลองปรับ framework ให้อ่าน แล้วทำตามที่เขียนใน Excel👉 สุดท้าย ได้ framework

จากคนที่ไม่ได้เขียนโค้ดเลย จนสร้างระบบที่ทำงานซ้ำๆ แทนตัวเองได้ Read More »

169 wordpress feature image (1)

อยากเริ่มทำ Automation มานานแล้ว แต่ยังไม่เคยเขียนโค้ดเลยซักบรรทัด

อยากเริ่มทำ Automation มานานแล้วแต่ยังไม่เคยเขียนโค้ดเลยซักบรรทัด . ตอนจัด Coding Workshopมีคนเขียนมาใน Feedback Form ว่าตอนแรกกลัวโค้ด จนไม่กล้าลองแต่พอได้ลองทำตามจริงๆ กลับรู้สึกว่าไม่ได้ยากอย่างที่กลัว . การทำ Automation Test ก็เหมือนกันเวลาเปิดรับสมัคร พี่กิ่งมักจะได้คำถามมาเสมอว่า“เขียนโค้ดไม่เป็น เรียนได้มั้ย”“ไม่เคยทำมาก่อน เรียนได้มั้ย”“ไม่มีความรู้ technical เลย เรียนได้มั้ย” . พี่กิ่งเข้าใจความกลัวนี้ดีเลยค่ะเวลาคิดถึงคำว่า “เขียนโค้ด” หรือ “Automation Test”มันดูเป็นอะไรยากๆ ที่เต็มไปด้วยตัวหนังสือที่อ่านไม่ออกทำอะไรผิดนิดนึง มันก็ขึ้น error เต็มจอ เราเห็นมันเป็นภูเขาทั้งลูก แล้วก็คิดว่าไม่ไหวหรอกตั้งแต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาขึ้นไปเหยียบภูเขานั้นเลย . แล้วส่วนใหญ่ เราก็มักจะไม่มีจังหวะให้ได้ลองแบบสบายใจทำผิดได้ เจอ error ได้ ถามได้ มีคนมาช่วยดู ไม่มีใครตัดสิน ความกลัวที่เกิดขึ้นมันไม่ได้บอกว่าเราด้อยกว่าคนอื่นที่เค้าทำได้แต่มันแค่บอกว่าเรายังไม่เคยได้ลองแค่นั้นเอง . 💡 ที่สำคัญคือ หลายคนลองแล้วบอกว่า “ไม่ยากเท่าที่กลัว” เพราะสิ่งที่เรากลัว มันคือภาพที่เราสร้างขึ้นมาเองในหัวจากการที่เราเห็นภูเขาลูกใหญ่ๆ ที่ไม่มีใครมาบอกเราว่าต้องเดินขึ้นไปทางไหน แต่พอได้ลองจริง มันก็แค่เริ่มด้วยโค้ดบรรทัดแรกที่เรากำลังพิมพ์อยู่ซึ่งมันเป็นอะไรที่เราจัดการได้

อยากเริ่มทำ Automation มานานแล้ว แต่ยังไม่เคยเขียนโค้ดเลยซักบรรทัด Read More »

169 wordpress feature image

“ไม่ขาย ไม่ขาดทุน”

ช่วงที่เริ่มเทรดใหม่ๆ เคยเชื่อว่า “ไม่ขาย ไม่ขาดทุน”จนวันที่รู้ว่า stop loss ไม่ได้มีไว้กันขาดทุน . วันนี้ขอเล่าเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องงานบ้างนะคะการเทรดก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่พี่กิ่งศึกษาอยู่เรื่อยๆแต่ช่วงแรกที่เริ่มนี่ ไม่ได้รู้จักเลยค่ะว่า stop loss คืออะไร . พอเป็นแบบนั้น ก็ซื้อๆ ไป แบบที่ไม่ได้รู้เรื่องเท่าไหร่พอราคาลงก็ไม่ยอมขายคิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็กลับขึ้นไป“ไม่ขาย ไม่ขาดทุน” ใครๆ ก็พูดแบบนี้ทั้งนั้น . ทุกคนก็น่าจะเดาได้ใช่มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้นราคาก็ลงมาเรื่อยๆ ไม่ยอมหยุดลงมาจนเลยจุดที่ควรขายไปตั้งนานแล้วยิ่งลงไปลึก ก็ยิ่งไม่กล้าขายสุดท้ายก็เลยต้องถือไว้แบบนั้น . พอเริ่มรู้จัก stop loss ก็คิดว่าทีนี้แหละ ไม่มีทางพลาดเหมือนเดิมอีกวางแผนตามความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ตั้ง stop loss ไว้เรียบร้อย แต่ก็ยังคอยไปเปิดกราฟดูอยู่ตลอดพอราคาเริ่มเหวี่ยง ขยับลงมาหน่อย ก็ทำใจไม่ได้ ไปกดปิดมันซะก่อนแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ถึง stop loss ที่ตั้งไว้เลย . แล้วหลายๆ ครั้ง ราคามันก็ไม่ได้ลงมาถึง stop loss ด้วยซ้ำลงมานิดนึง (พอให้ใจเราว้าวุ่น) แล้วก็กลับขึ้นไปส่วนพี่กิ่งก็ขาดทุนไปเรียบร้อยแล้วเพราะไม่ยอมทำตามแผนที่ตัวเองเป็นคนวางไว้เอง . 💡 ทั้งสองเรื่องดูเหมือนตรงข้ามกันใช่มั้ยคะ ครั้งแรก

“ไม่ขาย ไม่ขาดทุน” Read More »

3

วางแผนจะทำห้าเรื่อง แต่ไม่เสร็จซักเรื่อง!

วางแผนจะทำห้าเรื่องในหนึ่งสัปดาห์พอถึงวันศุกร์ ไม่เสร็จซักเรื่อง! รู้สึกว่าตัวเองงานยุ่งมาตลอดทั้งสัปดาห์แต่พอมาไล่ดูว่าอะไรเสร็จบ้าง กลับไม่ค่อยได้งานเป็นชิ้นเป็นอันเลย . เรื่องนี้ เราเจอกันบ่อยๆ เลยนะคะ ในฝั่ง tech นี่แหละ โดยเฉพาะเวลาทำ Sprint Planning กันปกติเราจะทำงานกันเป็นรอบๆ รอบละประมาณ 2 สัปดาห์ (ที่เรียกว่า sprint นั่นแหละค่ะ)แล้วก่อนจะเริ่ม sprint เราก็จะทำพิธีกรรมที่เรียกว่า Sprint Planningเพื่อมาดูว่าเราจะทำอะไรกันบ้างในรอบนี้ แล้วใครเป็นแบบนี้บ้างคะ “ใส่ตัวนี้เพิ่มเข้าไปน่าจะได้มั้ย เผื่อทำทัน”“น่าจะได้นะคะ ลองดูก่อน”“จะพยายามทำให้ทันค่ะ” แล้วเราก็ยัดงานเข้าไปจนแน่น . พอจบ sprint มาไล่ดูกันว่าทำอะไรเสร็จบ้างผลที่ได้คือ ทุกงานเริ่มไปแล้ว แต่ไม่มีอะไรที่เรียกว่า “เสร็จ” จริงๆ เลยมีแต่งานค้างอยู่ครึ่งทางเต็มไปหมดตัวนี้รอเทสบ้าง รอแก้บั๊กบ้าง รอกลับไปเคลียร์ requirement ใหม่บ้าง แต่งานที่เรียกว่าเสร็จ และออกไปถึงผู้ใช้จริงๆ กลับน้อยมาก . ปัญหานี้มันไม่ใช่เพราะทีมไม่เก่งนะคะแต่มันเป็นเพราะเราเชื่อว่า การทำหลายอย่างพร้อมกัน คือสิ่งที่ดี . พี่กิ่งเองก็เคยเป็นแบบนั้นค่ะอย่างตอนที่ออกจากงานประจำ แล้วมาเริ่มทำของตัวเองแรกๆอยากทำไปหมดทุกอย่าง ไอเดียนั้นก็ดี ไอเดียนี้ก็ดีลองเริ่มมันทุกทาง

วางแผนจะทำห้าเรื่อง แต่ไม่เสร็จซักเรื่อง! Read More »

4

ประชุมเดียวที่ไม่เคยยกเลิก

ประชุมเดียวที่พี่กิ่งไม่เคยยกเลิกเลยไม่ใช่ประชุมกับลูกค้าหรือผู้บริหาร แต่คือการคุยตัวต่อตัวกับคนในทีม ที่เรียกกันว่า one-on-one นั่นแหละค่ะ(บางทีเราก็เขียนย่อๆ ว่า 1-1, 1:1) . ที่ไม่เคยยกเลิก ไม่ใช่เพราะโดนใครบังคับให้ทำนะคะแต่พี่กิ่งเคยเจอหัวหน้ามาสองแบบแล้วมันทำให้ชัดมากว่าเราควรโตมาเป็นหัวหน้าแบบไหน . หัวหน้าแบบแรก คือคนที่ไม่สนใจ 1-1 เท่าไหร่นัดแล้วก็เลื่อนบ้าง บางทีก็ยกเลิกไปเลยเพราะเค้ายุ่งบางครั้งก็ทักมาก่อนจะถึงเวลา แล้วถามว่า “วันนี้มีอะไรจะคุยมั้ย ถ้าไม่มีจะได้ยกเลิก” . ส่วนหัวหน้าอีกแบบ คือคนที่เข้ามาถามก่อนเลยว่าอยากให้เซ็ต 1-1 กับเค้ามั้ยแล้วก็ให้เลขาไปจัดเวลามาให้พอถึงเวลา ก็ไม่เคยลืมซักรอบบางทีก็เดินมาตามก่อนด้วยซ้ำ บางวันก็พาไปเดินเล่นบ้างพาไปกินกาแฟบ้างพาไปคุยตอนเค้าพักสูบบุหรี่ก็เคย!(อันนี้ไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่ แต่คุยกันแบบ relax กว่านั่งคุยในห้องประชุมเยอะมากค่ะ 😂) . 💡 ที่น่าสนใจคือ มันผ่านมาเป็นสิบปีแล้วค่ะจำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าคุยอะไรกับหัวหน้าคนไหนบ้าง แต่จำได้ชัดเจนเลยว่าหัวหน้าคนที่สองปฏิบัติกับเราแบบไหนและเราสบายใจแค่ไหนที่จะคุยกับเค้า . ความต่างของหัวหน้าสองคนนี้ ไม่ได้อยู่ที่ว่าใครเก่งกว่ากันเลยค่ะแต่คนนึงทำให้ 1-1 เกิดขึ้นเสมอในขณะที่อีกคน ทำให้มันเกิดเฉพาะตอนที่ “มีเรื่อง” . แล้วการคุย 1-1 ที่ดี มันไม่ได้มีแต่เรื่องงาน หรือปัญหาที่เกิดขึ้นบางทีเราก็คุยสารทุกข์สุกดิบกันทั่วไปคุยเรื่องแมวไม่สบายบ้างมีไอเดียที่อยากทำก็มาเล่าให้ฟังบ้าง บางครั้งก็เป็นแค่ความรู้สึกแปลกๆ กับงานหรือเรื่องที่ยังไม่แน่ใจว่าจะแก้ยังไง จะทำอะไร เพราะถ้าเรารอจนมันใหญ่จนกลายเป็นปัญหามันมักจะช้าเกินไปแล้วค่ะ แต่ถ้าเราได้คุยกันอย่างสม่ำเสมอก็มักจะแก้ปัญหานั้นไปตั้งแต่ตอนที่มันยังเป็นเรื่องเล็กอยู่ .

ประชุมเดียวที่ไม่เคยยกเลิก Read More »

5

Dashboard ที่คิดว่าช่วยทีมได้มากที่สุด กลับทำให้ทีมรู้สึกโดนจับผิดมากที่สุด

Dashboard ที่ทำไว้เพราะคิดว่าจะช่วยทีมได้มากที่สุดกลับทำให้ทีมรู้สึกโดนจับผิดมากที่สุด . มีครั้งนึงพี่กิ่งรู้สึกว่าอยากให้ทีมเขียน unit test มากขึ้น(unit test คือ test ส่วนย่อยๆ ที่เอาไว้เช็คจุดเล็กๆ แค่จุดเดียวว่ายังทำงานถูกอยู่) เพราะตอนนั้นยังขาดไปเยอะมาก หลายๆ ส่วนก็ยังไม่มีเลยและการมี unit test จะช่วยให้เราจับบั๊กในชั้นแรกได้ดีขึ้นทีมจะได้มั่นใจกับ quality ของ product มากขึ้น . พอคิดได้แบบนั้นก็ลุยเข้าไปเลยค่ะเซ็ต process ขึ้นมา ว่า Dev และ QA ต้องทำอะไรบ้างสร้าง dashboard มาหนึ่งตัว เพื่อเช็คว่า requirement ไหนยังขาด unit test ตอนนั้นคิดแค่ว่า จะได้เห็นว่าขาดตรงไหน แล้วมาคุยกันว่าเกิดอะไรขึ้นไม่ได้คิดจะว่าใครเลย . แต่พอเริ่มใช้ คือพังหมดค่ะกลายเป็นว่าไปทำให้ Dev ตั้งการ์ดขึ้นมาทันทีแล้วทีม Dev กับ QA ก็เริ่มมีปัญหากัน . พอตอนหลังถึงมาเข้าใจค่ะวันนั้นพี่กิ่งคิดว่า dashboard ก็แค่บอกเรื่องงาน

Dashboard ที่คิดว่าช่วยทีมได้มากที่สุด กลับทำให้ทีมรู้สึกโดนจับผิดมากที่สุด Read More »

6

ตอนที่รู้ว่าจะโดน layoff สิ่งแรกที่ทำคือ ไปรีไฟแนนซ์บ้าน!

ตอนที่รู้ว่าจะโดน layoffสิ่งแรกที่ทำคือ ไปรีไฟแนนซ์บ้าน! . ฟังดูไม่เหมือนสิ่งแรกที่คนจะทำตอนที่รู้ว่ากำลังจะตกงานเลยใช่มั้ยคะ 😂 เรื่องของเรื่องคือ ตอนนั้นบริษัทบอกล่วงหน้าประมาณ 3 เดือนเลยพอมีเวลาให้เตรียมตัวเตรียมใจเพื่อรับมือ แล้วช่วงนั้นใจมันก็แอบคิดว่า หรือเราจะพักงานประจำซักหน่อยเพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่ควรทำคือ ไปรีไฟแนนซ์บ้านนี่แหละค่ะเพราะถ้าไม่มีงานประจำแล้ว อาจจะยากขึ้นและที่สำคัญ จะได้ลดภาระที่ต้องผ่อนต่อเดือนลงไปด้วย ถ้าตอนนี้ยังทำได้ ก็ทำก่อนดีกว่าโชคดีสุดๆ ที่รู้ผล เซ็นสัญญากับแบงค์ใหม่เสร็จในเดือนสุดท้ายที่ทำงานพอดีถ้าวันนั้นตัดสินใจช้ากว่านั้นอีกนิดเดียว อาจจะไม่รอดแล้วก็ได้ . พอมองย้อนกลับไป สิ่งที่ทำตอนนั้นมันเหมือนเวลาที่เราทำงาน software เลยค่ะ ทุกครั้งก่อน release อะไรซักอย่างเราไม่ได้ถามแค่ว่า “มันจะพังมั้ย” แต่เรายังคิดอะไรอย่างอื่นอีกเช่น 👉 อะไรที่รอไม่ได้ ทำก่อน ก่อน release ลองไล่ดูว่าอะไรที่ถ้าหลุดไปแล้วจะแก้ยากกว่าตอนนี้หลายเท่าหรือมีฟีเจอร์อะไรที่พังแล้วเสียหายหนักเราควรจะรีบจัดการมันก่อน ไม่ใช่ปล่อยไปก่อน แล้วค่อยรอดูทีหลัง . 👉 ถ้าเวลาเร่ง ตัด scope อะไรได้บ้าง และรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ตอนนั้นพี่กิ่งต้องมาไล่ยอดเงิน เทียบกับรายจ่ายทั้งหมดดูว่าถ้าไม่ทำงานแล้วจะอยู่ได้กี่เดือน อะไรตัดออกได้บ้าง ตอนแรกเกือบจะไปสมัครเรียน Sound Bath แล้วค่ะ (QA สายฮีลลิ่งอยู่นี่แล้ว)ถามรายละเอียดไว้หมดแล้ว เหลือแค่โอนเงิน

ตอนที่รู้ว่าจะโดน layoff สิ่งแรกที่ทำคือ ไปรีไฟแนนซ์บ้าน! Read More »

7

คำถามที่ไม่มีใครในห้องประชุมตอบได้ กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในประชุมครั้งนั้น

คำถามที่ไม่มีใครในห้องประชุมตอบได้กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในประชุมครั้งนั้น ทั้งหมดมาจากความขี้สงสัย ที่ติดตัวมาจากงาน QA นี่แหละค่ะ . ช่วงนี้พี่กิ่งไปช่วยดู tech team ให้ที่นึงอยู่วันนั้นคุยกันเรื่องฟีเจอร์เกี่ยวกับ monthly reportที่ต้องให้คนเข้ามาเขียนสรุปของแต่ละเดือนแล้วระบบจะส่ง report นี้ออกไป ทุกวันที่ 7 ของเดือนถัดไป . ฟังดูตรงไปตรงมามากๆ ใช่มั้ยคะเขียนของเดือนไหน ก็เป็น report ของเดือนนั้น จบในห้องประชุมก็ไม่มีใครถามอะไรเพิ่ม . แต่อยู่ๆ พี่กิ่งก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่า“แล้วจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะขึ้น report ของเดือนใหม่แล้ว” เพราะในความเป็นจริง คนอาจจะเข้ามาเขียนในเดือนเดียวกันหรือเขียนต้นเดือนถัดไปก่อน report จะถูกส่งก็ได้ ถ้ามีคนเข้ามาเขียนวันที่ 3 ตุลา แต่จริงๆ เป็น report ของเดือนกันยาเราจะเช็คจากอะไร? . พี่กิ่งแค่สงสัยเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้คิดว่าตัวเองรู้เยอะ หรือจะจับผิดอะไรเลยแต่กลายเป็นว่ายังไม่มีใครคิดถึงตรงนี้มาก่อนเลย สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือทั้งทีมก็เริ่มช่วยกันคิด ช่วยกันหา solutionออกแบบ cron job ยังไง ต้องเก็บอะไรลง database บ้าง จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุปออกมาให้เอาไปทำต่อได้

คำถามที่ไม่มีใครในห้องประชุมตอบได้ กลายเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เกิดขึ้นในประชุมครั้งนั้น Read More »

9

ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ data

ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ data ของเพจผลสรุปออกมาว่า “โพสต์ที่ลงตอนตีห้าได้ผลดีที่สุด” แต่พี่กิ่งไม่เคยลงโพสต์ตอนตีห้าเลยสักครั้งค่ะ 😂 . ช่วงนี้ลองเอาข้อมูลจากเพจ Facebook ไปให้ AI ช่วยสรุปให้ว่าโพสต์แบบไหน ให้ผลเป็นยังไงบ้าง แค่ export csv ออกมา แล้วก็โยนให้ Claude ช่วยดูให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีมากเลยค่ะมีทั้งตาราง มีตัวเลข มีบทวิเคราะห์ ข้อสรุปอ่านแล้วดูดีมาก . จนมาถึงเรื่องเวลา… ก็เริ่มเอ๊ะ ว่าทำไมแปลกๆมีตีสี่บ้าง ตีห้าบ้างไม่ใช่เวลาที่เคยลงสักครั้ง . พอไปไล่ดูก็เจอว่าไฟล์ csv ที่ export ออกมาจาก Facebookมันใช้เวลา Pacific Time ของฝั่งอเมริกาค่ะ โพสต์ที่ลงตอน 1 ทุ่ม เลยกลายเป็น ตีห้าห่างจากเวลาไทยไป 14 ชั่วโมงเต็มๆ . AI มันก็วิเคราะห์ตามตัวเลขที่ได้รับมานั่นแหละค่ะแต่เพราะตัวเลขที่ได้มา มันไม่ได้ระบุ timezone เอาไว้ได้เลขแบบไหนมา มันก็สรุปไปแบบนั้น .

ให้ AI ช่วยวิเคราะห์ data Read More »

11

Skill ที่สำคัญคือ รู้ว่าแค่ไหนควรพอ

ทำงานเป็น QA มาหลายปี งานหลักคือการเช็คซ้ำให้แน่ใจ แต่ทำไปทำมา skill ที่ได้กลับเป็นการรู้ว่า แค่ไหนควรพอ และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้พี่กิ่งทำอะไรได้ต่อเนื่องทุกวันมาเป็นเดือนแล้วค่ะ . ช่วงนี้ถ้าใครสังเกตดู จะเห็นว่าพี่กิ่งลงโพสต์ทุกวัน ความจริงคือตอนนี้ลงเรียน bootcamp อยู่อันนึง และหนึ่งในการบ้านคือต้องทำ content ทุกวัน ถ้าใครเคยตั้งใจทำอะไรทุกวัน ไม่ว่าจะออกกำลังกาย อ่านหนังสือ หรือเรียนอะไรซักอย่าง ก็น่าจะพอนึกภาพออก ว่าจะเจออะไรบ้างระหว่างทาง . เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พี่กิ่งเจองานด่วนแทรกเข้ามาค่ะ ทำให้ต้องออกไปดูลูกค้าข้างนอก กว่าจะกลับมาบ้าน กว่าจะได้เริ่มทำอะไร ก็เลยเวลาที่ต้องลง content ไปซะแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังตัดสินใจทำต่อค่ะ ผลคือวันนั้นลงเลทไปเกือบสองชั่วโมง อดได้คะแนนของวันนั้นเลยค่ะ 55555 แต่โพสต์ของวันนั้นก็ยังมีออกมาได้ . พอมองย้อนกลับไปดู ช่วงแรกๆ เนี่ย แค่ลงสัปดาห์ละ 2 โพสต์ก็รู้สึกว่ายากมากแล้วค่ะ แต่นี่ก็เป็นเดือนแล้วที่ลงทุกวันติดต่อกัน ถามว่ามันต้องแลกกับอะไรมั้ย ที่ทำให้ทำได้ทุกวันแบบนี้ คำตอบคือ ไม่มีอะไรหายไปจากชีวิตเลยค่ะ… . ไม่ใช่เพราะพี่กิ่งเก่งมากๆ มีวินัยดีกว่าคนอื่น อะไรแบบนั้นเลยค่ะ บางวันก็อยากข้าม

Skill ที่สำคัญคือ รู้ว่าแค่ไหนควรพอ Read More »