29

คนที่เก่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง

เคยเจอบั๊กแปลกๆ ที่ไม่รู้จะ reproduce ยังไงมั้ยคะทำกี่รอบก็ไม่เจอเหมือนที่ลูกค้าเจอ หรือบางทีก็เป็นบ้างไม่เป็นบ้างไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ . เท่าที่พี่กิ่งสังเกตเนี่ย คนที่ไปต่อได้ในสถานการณ์แบบนี้มักจะไม่ใช่คนที่เขียน test case เก่งที่สุด หรือ เก่ง SQL มากที่สุดหรอกค่ะ . แต่มักจะเป็นคนที่✅ ไปคุยกับ customer support รู้เรื่องว่า user ทำอะไรมาบ้าง แล้วเอามาใช้สืบต่อได้✅ เปิด log เปิด DB ดู ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันมีอะไรบ้าง มีตรงไหนที่ดูน่าสงสัย✅ เข้าใจ behavior ของ business จริงๆ เลยพอเดาออกว่า user จะทำอะไรบ้าง✅ อธิบายให้ dev ฟังด้วยภาษาที่ dev เข้าใจ หรือเข้าไปช่วย investigate กับ dev เลย✅ พอเจอ root cause ก็อธิบายให้ business ฟังด้วยภาษาที่เค้าเข้าใจ

คนที่เก่งที่สุด ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง Read More »

30

ยิ่งรีบยิ่งไปไม่ถึงไหน

ยุคนี้เนี่ย ใครๆ ก็พากันมาแชร์ว่าใช้ AI ทำนู่นทำนี่ได้เต็มไปหมดมี model ใหม่ๆ tool ใหม่ๆ agent ใหม่ๆ ออกมาให้ดูแทบทุกวันเห็นแล้วก็อยากลองไปหมดทุกตัว พอไม่มีเวลาลองก็กลัวจะตามเค้าไม่ทันแต่สุดท้ายพองานจริงเข้ามา ก็ยังนั่งทำแบบเดิมอยู่ดี ไม่มีอะไรเร็วขึ้นซักอย่าง . พอมาคิดดูดีๆ เรามัวแต่กลัวว่าจะตามเทรนด์ไม่ทันแต่จริงๆ เรายังไม่รู้เลยว่าอยากให้ AI มาช่วยให้งานเร็วขึ้นยังไงบ้างพอมีอะไรออกมาใหม่ เราก็อยากลอง อยากเรียนไปหมดเหมือนไล่เก็บวิธีใช้ tool ไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จบ . ช่วงนี้มีแนวคิดนึงที่กำลังมาแรง คือ Slow AI ค่ะไม่ได้แปลว่าพี่กิ่งต่อต้าน AI หรือบอกว่าไม่ต้องไปเรียนนะคะเอาจริงๆ ตอนนี้พี่กิ่งใช้ AI ทุกวัน ทั้งวัน ทั้งเรื่องงาน และไม่ใช่เรื่องงาน แต่แนวคิด Slow AI คือ การตั้งใจเลือกว่าจะเอาอะไรไปใช้ตรงไหนแทนที่จะไปตั้งหน้าตั้งตาเรียนรู้ tool ใหม่ๆ อย่างเดียวเพราะถ้าพื้นฐานเรายังไม่แน่นพอ ก็กลายเป็นเราเอา AI เข้ามาเร่งให้ปัญหามันเกิดเร็วขึ้น . สิ่งที่พี่กิ่งเห็นซ้ำๆ ทั้งจากที่ทำเอง และคนที่มาคุยเรื่อง

ยิ่งรีบยิ่งไปไม่ถึงไหน Read More »

31

น่ากลัวกว่าบั๊กหลุด คือไม่รู้ว่าผิดตรงไหน

เขียน Automation Test ไป รันผ่านแบบมั่นใจ เขียวทุกเคสแต่พอขึ้น Production ปุ๊บ ลูกค้าเจอบั๊กปั๊บ ที่น่ากลัวกว่าเทสพังคือการที่เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผิดตรงไหน . เรามักจะวัดว่าตัวเองเก่ง หรือ ไม่เก่ง จากตัวเลขอะไรพวกนี้ใช่มั้ยคะจำนวนบั๊กที่หลุด ยิ่งน้อย ยิ่งรู้สึกเก่ง ยิ่งเยอะ ยิ่งรู้สึกแย่จำนวน test case ที่จับบั๊กได้จริง ยิ่งเยอะ ก็ยิ่งรู้สึกเก่ง แต่พอมีบางข้อที่หลุด ลืมนึกถึง ก็รู้สึกแย่อีก แต่พี่กิ่งว่าสิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือตอนที่พลาด เรารู้ตัวแค่ไหน . ช่วงนี้พี่กิ่งอ่านหนังสือ Suddenly Talented อยู่ค่ะ เลยจะเอามาแชร์บ่อยหน่อยนะคะ ในหนังสือเล่มนี้จะมีบทนึงที่บอกเอาไว้ว่าเราสามารถแบ่งระดับความผิดพลาดออกเป็น 3 แบบค่ะ . ❌ Level 1: ผิดแล้วไม่รู้ตัวว่าผิดเขียน test case แล้วบอกแค่ว่า “กด submit แล้ว success”แต่ไม่ได้เช็คอย่างอื่นเลย เทสไปยังไงก็ผ่าน เพราะเราอาจจะนิยามคำว่า success ผิด พอมีบั๊กหลุดก็กลับมาแก้แต่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจริงๆ

น่ากลัวกว่าบั๊กหลุด คือไม่รู้ว่าผิดตรงไหน Read More »

32

Consistency หน้าตาเป็นแบบนี้

เคยเป็นมั้ยคะ ตั้งใจจะทำอะไรซักอย่างช่วงแรกๆ ก็ไฟแรง ทำทุกวัน แล้วซักพักก็ค่อยๆ เลิกไปกลายเป็นทำไม่เสร็จซักอย่าง . พี่กิ่งสารภาพเลยว่าเป็นบ่อยเลยค่ะตั้งใจจะอ่านหนังสือทุกวันตั้งใจจะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทุกวัน แต่กลายเป็นทำได้แป๊บนึง ก็ขาดช่วงไปแล้วก็ทิ้งมันไว้แบบนั้น ไม่ได้กลับมาต่อ ผ่านไปซักพัก มีไฟใหม่ ก็กลับไปเริ่มใหม่ วนไปอยู่แบบนั้น . เวลาเราจะเรียนอะไรซักอย่างก็เหมือนกันค่ะตั้งใจจะฝึกทำ Automation Test ทุกวันบางวันนั่งเขียนได้ทั้ง flow บางวันหา locator เจอแค่ตัวเดียวก็เหนื่อยแล้ว . แต่จริงๆ สิ่งที่พี่กิ่งคิดว่าสำคัญมาก คือ consistency ค่ะความสม่ำเสมอในการทำสิ่งนั้น แล้วความสม่ำเสมอที่ว่ามันไม่ได้แปลว่าเราต้องทำได้ดีทุกวันแต่มันคือ การที่เราหลุด แล้วก็กลับมาทำต่อบางวันทำได้เยอะ บางวันทำได้นิดเดียว ก็ได้ไม่ต้อง perfect ทุกวัน แต่อย่าปล่อยให้หลุดยาว จนเลิกไป เพราะสกิลของเรามันเกิดจากการสะสมที่ทบไปเรื่อยๆวันนี้ทำนิดนึง บวกกับเมื่อวานอีกนิดนึงดีกว่าตั้งใจทำจนหมดแรง แล้วก็ไม่อยากทำต่อสุดท้ายพักยาว พอกลับมาทำอีกรอบ ก็ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีก อีกอย่างนึงคือ พอเรายิ่งทำถี่ๆ แบบที่ไม่ต้องทำเยอะหรือ perfect ทุกครั้งก็ยิ่งทำให้การเริ่มครั้งต่อไปง่ายขึ้นเรื่อยๆ . ใครกำลังเรียนอะไรอยู่วันไหนรู้สึกเหนื่อย ก็ลองเปิดมาดูนิดๆ ก็ได้ค่ะ อย่างถ้าใครเรียน

Consistency หน้าตาเป็นแบบนี้ Read More »

33

จะรู้ได้ยังไงว่าพร้อมเรียน Automation จริงมั้ย

“เขียนโค้ดไม่เป็น จะเรียนได้มั้ยคะ”“ไม่มั่นใจว่าจะทำได้”“เรียนแล้วจะเอาไปใช้จริงได้มั้ยคะ” ทุกรอบที่เปิดคอร์ส Automation Testingจะได้รับคำถามประมาณนี้ตลอดเลยค่ะ มันคือความรู้สึกที่หลายคนมีร่วมกันค่ะ “เราพร้อมจริงรึเปล่า” . วันนี้เลยอยากชวนมาเช็คกันตรงๆ ค่ะเพราะคำว่า “พร้อม” ไม่ได้หมายความว่าเขียนโค้ดเป็นแค่อย่างเดียวจริงๆ แล้วเราไม่ต้องเขียนโค้ดเป็น ก็สามารถเริ่มเรียน Automation Test ได้ค่ะ มาลองเช็คไปด้วยกันเลยดีกว่า ว่าเราต้องการอะไรบ้าง . ✅ เจอ Requirement ที่เขียนมาไม่ชัด แล้วกล้าถามให้ชัดเจนก่อนเทส ไม่เดาเอง👉 ถ้าใครยังไม่รู้จะถามยังไง ลองถามโดยยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า “ถ้า input เป็นแบบนี้ output ควรเป็นแบบไหน” ✅ ปล่อยบั๊กหลุดแล้วไม่ปล่อยเบลอ กลับไปดูว่าพลาดตรงไหน👉 ถ้าใครยังไม่เคยกลับไปดู ลองถามตัวเองดูค่ะว่า ทำไมมันถึงหลุดไป มี test case ไหนที่ขาดไป ✅ เข้าใจ test case แต่ละข้อชัดเจน มี objective อะไร ต้องทำ action อะไร

จะรู้ได้ยังไงว่าพร้อมเรียน Automation จริงมั้ย Read More »

34

เห็นคนอื่นเขียน Automate ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองคงเก่งไม่พอ

เห็นคนอื่นทำ Automation Test ได้กันคล่องแคล่วรันเทสกันรัวๆ มี dashboard มี test report สวยงาม แล้วก็มีความรู้สึกนึงแทรกเข้ามา“เราคงทำแบบนั้นไม่ได้หรอก” . แต่รู้อะไรมั้ยคะ… สิ่งที่เราเห็น ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของเค้าค่ะมันคือปลายทางที่กว่าจะไปถึง เค้าอาจจะเดินวนมาแล้วหลายรอบและเรากำลังเอาจุดเริ่มต้นของตัวเองไปเทียบกับปลายทางของคนอื่น . พี่กิ่งจะเล่าเรื่องนึงที่ไม่ได้เกี่ยวกับ QA เลยซักนิด ไม่รู้มีใครเคยอ่าน Suddenly Talented มั้ยคะเป็นหนังสือของ Sean D’Souzaที่ช่วงแรกของเล่มบอกว่า ทุกคนวาดปลาวาฬได้แน่นอนถ้าค่อยๆ ทำตามสเต็ปที่เค้าบอก พี่กิ่งเลยลองหยิบ ipad กับปากกา มาลองทำตามดูค่ะแล้วก็ได้ปลาวาฬที่อยู่ในรูปของโพสนี้ออกมา ที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ หลังจากนั้นพี่กิ่งก็ยังลองวาดรูปปลาวาฬอีกหลายตัวลองเปลี่ยนตรงนั้นตรงนี้ ลองวาดหลายๆ แบบ ได้น้องมาอีกหลายตัวโดยที่ไม่มีใครบอก และก่อนหน้านี้พี่กิ่งไม่เคยคิดซักนิดว่าตัวเองจะวาดรูปได้ พอเราทำได้อย่างนึงแล้ว แม้ว่ามันจะเป็นแค่เรื่องเล็กนิดเดียวแต่ความรู้สึกที่ว่าเรา “ทำได้” มันทำให้อยากไปลองต่อเอง ตอนแรกที่พี่กิ่งวาดรูปไม่ได้เป็นเพราะยังไม่เจอคนที่มาบอกสเต็ปให้เดินต่างหาก Sean บอกว่า การที่เราเรียนอะไรแล้วไม่รู้เรื่องเรามักจะโทษตัวเอง ว่าเราเก่งไม่พอ เลยเรียนไม่รู้เรื่องแต่จริงๆ แล้ว มันเป็นความผิดของคนสอนต่างหาก ที่ทำให้เราเข้าใจขั้นตอนไม่ได้ . กลับมาที่เรื่อง QA กันดีกว่าค่ะ

เห็นคนอื่นเขียน Automate ได้ แล้วก็คิดว่าตัวเองคงเก่งไม่พอ Read More »

35

หยุดเดา แล้วมาเริ่ม Query กันดีกว่า

หยุดเดา แล้วมาเริ่ม Query กันดีกว่า ใครเป็นแบบนี้บ้างเจอบั๊กตัวนึง แล้ว reproduce ไม่ได้ หรือ เป็นบ้างไม่เป็นบ้างก็เดาไปเรื่อยไปเปื่อยว่าจะเกิดจากอะไรได้บ้างลองเปิดตรงนั้น ปิดตรงนี้ กดไปเรื่อยๆ บางทีคำตอบมันอาจจะนอนรอเราอยู่ที่ซัก table นึงใน database นั่นแหละแต่เราไม่เคยรู้ว่ากดเข้าไปดูได้ . หลายคนคิดว่าจะเริ่มไปดู database ได้ ต้องเขียน SQL เป็นก่อนเลยผัดไปเรื่อยๆ คิดว่าต้องไปเรียนให้เป็นก่อนค่อยลอง แต่จริงๆ มันเริ่มง่ายกว่านั้นมากเลยค่ะ ให้ลองคิดว่า UI คือหน้าร้าน ที่ลูกค้าเห็น สิ่งที่เราเข้าไปกดเทสทุกวันส่วน Database คือ โกดังหลังร้าน ที่เก็บของและข้อมูลต่างๆ เอาไว้ในนั้น เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกซอกทุกมุมก็ได้ค่ะแค่เดินเข้าไปหาของที่เราอยากได้เป็นก็พอแล้ว . ถ้าใครอยากลองเริ่มทำความรู้จักกับ database แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงลองเริ่มจากสเต็ปง่ายๆ ที่เราทำได้เลย แบบนี้ดูก่อนค่ะ 👉 Step 1: ใช้ Tool ช่วยไปเลย! ลองดูว่าทีมเราใช้ database ตัวไหน แล้วมี tool

หยุดเดา แล้วมาเริ่ม Query กันดีกว่า Read More »

36

Skill Stacking

ตอนพี่กิ่งเริ่มงานที่แรก เลือก QA เพราะแค่คิดว่าเราเขียนโค้ดไม่เก่งแต่พอมาวันนี้ กลายเป็นว่าทุกสิ่งที่ทำมามันดันต่อกันพอดีแล้วก็กลายมาเป็นคนที่คุมทีม Tech ทั้งทีม . ในคลาส Testing the Right Way เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ผ่านมามีคำถามข้อนึงที่น่าสนใจมากค่ะ มีคนที่มาจากสายอื่น แล้วอยู่ๆ ก็ต้องมาทำงาน QA ด้วยก็เลยเกิดความสงสัยว่า ควรจะไปทางไหนต่อดีควรจะโฟกัสแค่งานสายเดิมที่ทำได้ดีอยู่แล้วหรือเปลี่ยนมาโฟกัสสาย QA แบบเต็มตัวไปเลย แต่พี่กิ่งตอบไปว่า เราอาจจะไม่จำเป็นต้องเลือกทางใดทางหนึ่งก็ได้ . ทีนี้ก็เลยนึกถึงเรื่องของตัวเองขึ้นมาค่ะ พี่กิ่งเนี่ย เป็นคนที่จบมาก็ทำสาย QA มาตั้งแต่แรกเลยค่ะตอนนั้นมีให้เลือกว่าจะทำข้อสอบของ Dev หรือ QAด้วยความที่คิดว่าตัวเองเขียนโค้ดไม่เก่งเท่าเพื่อน (เพราะในคณะมีแต่เทพเดินชนกันเต็มไปหมดค่ะ)ก็เลยเลือก QA ดีกว่า จะได้ไม่ต้องเขียนโค้ด… แต่สุดท้ายก็ได้ย้ายตัวเองมาทำสาย Automation Testing อยู่ดี พอได้มาทำ กลายเป็นว่า skill ที่พี่กิ่งสะสมมา มันเริ่มต่อกันเองโดยไม่รู้ตัว จากตอนทำ Manual มา ทำให้เข้าใจ business requirement และ การออกแบบ

Skill Stacking Read More »

37

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปีหรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง . เคยเป็นมั้ยคะ รู้สึกว่าตัวเองติดอยู่กับที่ พยายามจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นแต่ผ่านไป ก็ได้แค่ เขียน test case, ทำ regression, execute test วนไปอยู่อย่างนั้นซื้อคอร์สมาก็แล้ว ลองเรียน Python, Javascript ก็แล้วRobot, Cypress, Playwright ก็พยายามจะเรียนทุกอย่างแต่สุดท้ายก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อ ใครเป็นแบบนี้อยู่ มาลองอ่านเรื่องนี้กันค่ะ . เคยได้ยิน กฎ 10,000 ชั่วโมงมั้ยคะมันมาจาก Malcolm Gladwell ค่ะ จากหนังสือชื่อ Outliersเค้าบอกว่า การฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นเวลา 10,000 ชั่วโมงจะทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ แต่จริงๆ แล้วแค่ 10,000 ชั่วโมงมันอาจจะไม่พอก็ได้นะคะ . การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ 10,000 ชั่วโมง โดยไม่สนใจอะไรเลยไม่ได้เอา

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง Read More »

38

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน . ช่วงนี้พี่กิ่งได้มีโอกาสคุยกับหลายๆ คนที่มาปรึกษาบ้างหรือบางคนก็โดนพี่กิ่งทักไปถามก่อนบ้างทำให้เห็นสิ่งนึงที่เกือบทุกคนมีคล้ายๆ กันคือความไม่มั่นใจและความกลัวว่าตัวเองจะทำได้รึเปล่า แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือ พอเราคิดว่าตัวเอง “คงทำไม่ได้หรอก”อะไรหลายๆ อย่างที่คิดอยากจะเริ่ม ก็เลยไม่ได้เริ่มลงมือทำซักทีเอาแต่จดๆ จ้องๆ อยู่อย่างนั้น . พี่กิ่งอยากจะบอกว่ามันเป็นเรื่องปกติมากๆ ที่เราจะรู้สึกแบบนี้ยิ่งในสังคมการทำงานที่เราอยู่ บางทีมันไม่ได้มีพื้นทีให้เราสร้างความมั่นใจให้ตัวเองเลยแล้วยิ่งมี Social Media อะไรต่างๆ มาทำให้เราเผลอไปเปรียบเทียบกับคนอื่นยิ่งทำให้เรารู้สึกไม่มั่นใจเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีก . แต่รู้อะไรมั้ยคะ…ความมั่นใจมันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติและคนส่วนใหญ่คิดว่า “ต้องมีความมั่นใจก่อน ถึงจะกล้าลงมือทำ” แต่จริงๆ แล้วมันทำงานสลับกันค่ะ เราต้องลงมือทำก่อน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย และ มีทักษะเพิ่มขึ้นแล้วความมั่นใจจะตามมาหลังจากนั้น . ถ้าใครที่อยากเริ่ม แต่ยังไม่กล้าซักทีสิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การสร้างความมั่นใจค่ะแต่คือการเริ่มทดลองทำสิ่งเล็กๆ ไปเลยแล้วพอเราเห็นผลลัพธ์ว่าจริงๆ แล้วมันดีกว่าที่กลัวความมั่นใจก็จะตามมาเอง . ไม่ว่าจะอยากเริ่มเขียน Automate อยากเป็น QA ที่เก่ง Technical กว่านี้อยาก Present งานให้ดีขึ้น อยากพูดในที่ประชุมให้รู้เรื่องขึ้น ถ้าใครอยากเริ่มสร้างความมั่นใจจากการลงมือทำให้ลองทำแบบนี้ค่ะ 👉 เริ่มจากสิ่งเล็กๆ: หาอะไรที่ง่ายๆ และทำสำเร็จได้จริงในแต่ละวัน แล้วทำไปเลยค่ะ มันจะเป็นการสะสมความรู้สึกว่าเราทำได้ 👉

ความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำ ไม่ใช่รอให้พร้อมก่อน Read More »