ลอง Prompt AI ให้เขียน Test Case ของระบบ Checkout Shopping Cart ค่ะ
แค่ 5 วินาที ได้ออกมา 25 ข้อ แยกเป็น Positive, Negative, Edge Case ชัดเจน
แถมยังจัดฟอร์แมท ใส่ Test Case ID มี Step, Expected Result ให้เราครบเลย
ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ที่นี่นะคะ
👉 https://with-natsiree.vercel.app/genAI-testcases/checkout.html
ดูดีมากกกก เลยใช่มั้ยคะ แถมยังออกมาได้ใน 5 วินาที เริ่ดสุดๆ
ออกตัวไว้ก่อนว่านะคะ ว่าไม่ได้กำลังจะบอกว่า อย่าไปใช้ AI เลย มันเขียนไม่ดี
จริงๆแล้ว Test Case ที่ออกมา ถือว่าเขียนได้เป๊ะจนน่าตกใจ
แต่ใครสังเกตเห็นอะไรบ้างมั้ยคะ…
พอลองลงไปดูรายละเอียดดีๆ เราจะเห็นอะไรบางอย่าง
❌ Garbage In = Garbage Out
เฉลยก่อนว่างานนี้ พี่กิ่งลอง Prompt ไปว่า
“เขียนเทสเคสของ Checkout shopping cart ให้หน่อย”
แค่นี้เลย ไม่ได้บอกอะไรมันเพิ่มเติมอีก
ลองดู TC-CO-11 นะคะ เรื่องค่าส่งฟรี
ยอดซื้อถึงเกณฑ์ฟรีค่าส่ง
Step:
1. ใส่สินค้าให้ยอดถึง minimum
2. ดู shipping fee
Expected: shipping fee เป็น 0 / แสดงข้อความ ‘free shipping’
คำถามแรกเลย มันเอาเรื่องนี้มาจากไหน!!
คำถามที่สอง minimum นี่มันเท่าไหร่
คำถามที่สาม แล้วรู้ได้ยังไงว่าเคสนี้ ค่าส่งจะฟรี และ แสดงข้อความ “free shipping”
AI มันไม่ได้โง่ หรือ ขี้เกียจนะคะ แต่มัน “ไม่รู้” ว่าทีม Business ของเราต้องการวางกลยุทธ์ตรงนี้ไว้ยังไง สิ่งที่มันเลือกทำคือคิดให้เลยว่าน่าจะเป็นแบบนี้แหละ
สมมติว่า Requirement มันมาแค่นี้จริงๆ (ซึ่งในชีวิตจริงคงไม่มีหรอกเนอะ 555)
หน้าที่ของเราคือทำอะไรคะ พอเห็นว่ามี Gap ตรงนี้ เราก็ควรต้องไปเคลียร์มาว่า Requirement และ Expected result คืออะไรกันแน่
แล้วค่อยเอามาให้ AI เขียนให้ต่อ ก็ยังได้ค่ะ
⚠️ AI ลิสต์มาให้ครบ… แต่รู้ Priority จริงๆ หรือเปล่า?
อีกเรื่องนะคะ ใน 25 ข้อนี้ ถ้าสมมติว่างานเร่งสุดๆ ต้องออกแคมเปญใหม่ภายในวันพรุ่งนี้แล้ว เหลือเวลาเทส 1 ชั่วโมง เราควรจะเทสตรงไหนก่อนคะ
ยกตัวอย่างเช่น เคส “สินค้าหมดระหว่าง Checkout” กับเคส “คูปองหมดอายุ”
ถ้าสินค้าหมดระหว่าง Checkout ถ้าเฟลขึ้นมา ลูกค้าจ่ายเงินได้ แต่ไม่ได้ของ น่าจะโดนลูกค้าด่าแน่นอนถูกมั้ยคะ
แต่ถ้าคูปองหมดอายุ แต่ยังยอมให้ลูกค้าใช้ได้ ก็อาจจะทำให้กำไรลดลงนิดหน่อย แต่ไม่น่าจะหนักเท่าเคสแรก
แล้วตรงนี้เราจะรู้ได้ยังไงว่ามันใช่แบบนี้จริงรึเปล่า
สมมติ Business บอกว่า สินค้าหมดระหว่าง Checkout ก็ไม่เป็นไร เพราะเรามีโกดังที่จีนที่ส่งมาเติมให้ได้
แต่เคสคูปองหมดอายุร้ายแรงกว่า เพราะทำให้กำไรของบริษัทลดลง
ตรงนี้เราจะรู้ได้ยังไง ถ้าไม่ได้เคลียร์กับทีม Business ให้ชัดเจน ถูกมั้ยคะ
🏅อยากเป็น QA ร่างทอง ต้องทำยังไง
ก่อนอื่นเลย เราต้องไม่เอาแต่กลัว AI ค่ะ แล้วฝึกใช้งานมันให้มีประสิทธิภาพที่สุด (ใช้งานให้หนักจน AI ต้องร้องขอชีวิตไปเลย)
และในขณะเดียวกัน เราก็ต้องเป็นคนที่เข้าใจ Business เป็นอย่างดีด้วย
ต้องสามารถอ่าน Requirement และ Test Case ที่มี แล้วตั้งคำถามว่า “ยังมีอะไรที่ขาดไป”
📌 ใช้ Coupon ร่วมกับ Free shipping ได้มั้ย
📌 ถ้าลูกค้า 2 คน กด Checkout ของชิ้นสุดท้ายพร้อมกันพอดี จะเทสยังไง
📌 ถ้าเน็ตลูกค้าหลุดระหว่างจ่ายเงิน จะกลับมาจ่ายอีกได้มั้ย
หรืออะไรพวกนี้ ที่เราสามารถช่วยทีมปิดช่องว่างที่อาจจะเกิดขึ้นได้
AI มันไม่ได้ไม่เก่งนะคะ แต่ตัวอย่างที่เราคุยกันไป มันก็แค่เพราะ Requirement ไม่ได้เขียนไว้!!!
จริงๆ AI เป็นเครื่องมือที่ดีมากๆ ถ้าเราใช้ให้ถูก
มันแค่ต้องการ “คนตั้งคำถามที่ถูก” และ “Context ที่เพียงพอ” ก่อนที่จะเริ่มทำงานอะไรซักอย่าง
QA ร่างทอง ไม่ใช่คนที่แค่คิด Test case ได้เร็วที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่สามารถช่วยทีมมองภาพรวมของ Business ให้ออก
สามารถบอกได้ว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน ควรจะต้องไปคุยอะไรกับใครเพื่อจัดการตรงนั้น แล้วเราก็ค่อยไปสั่งงาน AI อีกทีค่ะ

