169 wordpress feature image (11)

ตอบสัมภาษณ์ไปตามจริง แต่ก็ยังรู้สึกว่าตอบไม่ได้เรื่องอยู่ดี

จริงๆ ปัญหาอาจจะไม่ได้อยู่ที่คำตอบนะคะ

.

พี่กิ่งก็เป็นบ่อยเลยค่ะ สัมภาษณ์จบไปแล้ว ก็คิดว่าตอบไปตามความจริงแล้ว ไม่ได้โกหก ไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นมา แต่ก็มางงตัวเองว่า พูดอะไรไป แล้วที่เล่าไปมันได้อะไรบ้างนะ

ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดเลย

.

ปัญหามันอาจจะไม่ได้อยู่ที่เรื่องเล่านะคะ
แต่เราอาจจะเผลอเล่าโดยคิดว่า “คนฟังรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังอยู่แล้ว”

แต่ความจริงแล้ว

คนที่มาสัมภาษณ์เรา เค้าเป็นคนแปลกหน้า
ไม่ได้รู้ว่าทีมเราทำงานยังไง
ไม่รู้ว่าบั๊กที่เล่าไปมันใหญ่แค่ไหน
ไม่รู้ว่าคำว่า “หาอยู่หลายวัน” ที่เราพูดไป มันหมายความว่ายังไง

แล้วพอเราตอบออกไป มันก็จะฟังดูเลื่อนลอย จับประเด็นไม่ค่อยได้ตามไปด้วยค่ะ

.

วันนี้พี่กิ่งเลยอยากพาไปชวนดูเรื่อง STAR ที่ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหานี้

⭐ STAR คือ framework ที่บังคับให้เราเล่าเรื่องแบบให้คนนอกตามได้

📍 เริ่มจากสถานการณ์ที่เจอ (Situation) -> หน้าที่ของเรา (Task) -> สิ่งที่เราทำจริงๆ (Action) -> ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น (Result)

มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราพูดเกินจริง
ไม่ใช่เพื่อให้เราเตรียมสคริปต์สำหรับจำเข้าไปตอบ

แต่เพื่อให้เราสามารถเล่าประสบการณ์ของเรา ในแบบที่คนนอกจะเข้าใจได้
เป็นการร้อยเรียงเรื่องราว ให้คนฟังเห็นภาพตามและเข้าใจ impact ที่เกิดขึ้นได้จริงๆ

.

สมมติเราเจอคำถามว่า “เล่าบั๊กที่ซับซ้อนที่สุดที่เคยเจอให้ฟังหน่อย”

❌ ตอบแบบที่เราเล่ากันในทีม:

“ตอนนั้นเจอบั๊กที่ซับซ้อนมากเลยค่ะ ช่วยกัน reproduce กับทีม ตามหา root cause อยู่หลายวัน สุดท้ายเจอว่าเป็นเรื่อง timezone แก้ไปแล้วก็โอเคค่ะ”

คนฟังเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เค้าจะไม่รู้ว่าแล้วเราทำอะไร มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นี้ยังไง

.

✅ ลองตอบแบบ STAR:

“(S) ตอนนั้นมีลูกค้าจ้งมาว่าออเดอร์หายไป (T) เลยต้องเข้าไปช่วยทีม investigate เพื่อหาวิธีแก้ปัญหา (A) เริ่มจากลอง reproduce ปัญหาบน test environment ก่อน แต่ก็ไม่เจอ เลยเข้าไปดู database ของออเดอร์ที่เกิดปัญหา เจอว่าเวลาเก็บเป็น UTC เลยทำให้วันที่ไม่ตรง เพราะหน้าบ้านเรียกเป็นเวลา local พอลูกค้าสั่งเข้ามาช่วงกลางคืน ก็เลยทำให้หายไปเพราะวันที่ผิด (R) หลังจากเจอ root cause แล้วก็ช่วยคุยกับทีม dev จนแก้ปัญหาจบได้ภายใน 1 วัน และเพิ่ม test case ดักเรื่องนี้ไว้เพื่อไม่ให้เกิดซ้ำ”

เรื่องเดิมเป๊ะๆ ไม่ได้แต่งอะไรเพิ่มเลย
แต่พอเราตอบตาม structure นี้ คนฟังจะคิดตามไปด้วยได้ ทำให้เข้าใจและเห็นภาพโดยที่ไม่ต้องรู้เรื่องเหตุการณ์นี้มาก่อน

.

STAR ไม่ได้บอกให้เราตอบอะไรเกินจริง ไม่ได้ให้แต่งเพิ่มเรื่องที่ไม่เคยทำ
แต่มันช่วยให้เราหยิบส่วนที่สำคัญออกมาใช้ให้ถูก

จริงๆ แล้วทักษะนี้ไม่ได้ใช้แค่การสัมภาษณ์นะคะ
แต่มันคือทักษะการสื่อสาร ที่จะช่วยให้เรา “เล่าเรื่องราวให้คนอื่นเข้าใจและเห็นภาพตามได้ง่าย”

ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ โดยเฉพาะกับงาน QA ที่ต้องคอยอธิบายปัญหาและสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจอยู่ตลอดเวลา

.

💡 ถ้าใครอยากลองฝึก ลองทำแบบนี้ดูค่ะ

ให้ลองคิดถึงงานที่ภูมิใจที่สุดมาซักอย่างนึง
แล้วลองคิดตาม STAR framework ว่าเราจะเล่าเรื่องนั้นออกมายังไง
แล้วลองเล่าให้เพื่อน หรือใครก็ได้ที่ไม่ได้อยู่ในบริษัทเดียวกันฟัง

ถ้าเค้าฟังจบแล้วไม่งง นั่นแหละค่ะ แปลว่าใช้ได้แล้ว
เรื่องของเรา เราอาจจะคิดว่ามันไม่มีอะไร
แต่จริงๆ มันก็มีคุณค่าในตัวเองนะคะ แค่ต้องเล่าให้ถูกวิธีเท่านั้นเอง

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *