บั๊กหลุดขึ้น production ทีไร
คำถามแรกมาทุกที “QA เทสรึยัง?”
.
พี่กิ่งเจอคำถามนี้มาบ่อยเลยค่ะ
เจอบั๊กหลุด คำถามมันมักจะลอยมาใส่ QA ก่อนเป็นอย่างแรก
“เทสรึยัง”
“ได้เทสเคสนี้มั้ย”
“ทำไมถึงหลุด”
แล้ว QA ส่วนใหญ่ก็มักจะมี reaction กันอยู่ไม่กี่อย่าง
ก้มหน้ารับกรรมไป
หรือไม่ก็ รีบอธิบายว่า เทสแล้วนะ แต่ทำไมไม่เจอก็ไม่รู้
ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน บั๊กก็ยังหลุดขึ้นไป production อยู่ดี
.
เวลามีน้องในทีมมานอยใส่เวลาทำบั๊กหลุดขึ้นไป (หรือ มาร้องไห้ใส่ก็เคยมีค่ะ 555)
พี่กิ่งจะบอกเสมอว่า การเป็น QA ยังไงก็ต้องมีเรื่องนี้เกิดขึ้น
ให้เราทำใจเอาไว้เลย ว่ายังไงก็ต้องเจอ
และการที่บั๊กมันหลุดขึ้นไปได้เนี่ย
มันมักจะเกิดจาก ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่บังเอิญเกิดพร้อมกันพอดีค่ะ
จริงๆ แล้ว กว่าบั๊กตัวนึงจะหลุดไปถึงมือลูกค้าได้เนี่ย
มันต้องผ่านหลายด่านมากเลยค่ะ
Requirement → Design → Code → Code Review → Unit Test → QA → UAT → Release
ถ้ามันหลุดขึ้นไปจนถึง production ได้
แปลว่ามันเล็ดลอดผ่านทุกด่านมาได้ ไม่ใช่แค่ด่านสุดท้ายอย่างเดียว
QA ไม่ใช่ gatekeeper เฝ้าประตูด่านสุดท้าย ที่ต้องพยายามป้องกันทุกอย่างอยู่คนเดียว
แต่คุณภาพเป็นสิ่งที่ต้องรับผิดชอบร่วมกันทั้งทีมค่ะ
Quality is a team responsibility
.
❗️ แต่ตรงนี้ต้องระวังนะคะ
“ทีมรับผิดชอบร่วมกัน” ไม่ได้แปลว่า QA ไม่ต้องรับผิดชอบนะคะ
ถ้าเคสนั้นเราพลาดไปจริงๆ ก็แค่ยอมรับตรงๆ
แล้วกลับไปดูว่าเราต้องแก้อะไรบ้าง
และจะทำยังไงเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก
เก็บส่วนของเราให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยชวนทีมมาหาต้นเหตุ
คำถามของเราจะได้เป็นการถามเพื่อแก้ปัญหา
ไม่ใช่ถามเพื่อแก้ตัว
.
📌 ไปลองเลย ครั้งหน้าที่เจอบั๊กหลุด ลองทำแบบนี้ค่ะ
👉 ดูส่วนของเราก่อน
มีเทสเคสหลุดมั้ย เทสตรงไหนพลาดไปรึเปล่า
ต้องเพิ่มหรือแก้เทสเคสมั้ย
มี automation test ตรงไหนที่ควรเพิ่มรึเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้บั๊กตัวนั้นกลับมาอีก
.
👉 แล้วลองชวนทีมทำ post-mortem สั้นๆ แบบไม่หาคนผิด
ถามแค่ 3 คำถามนี้ก็ช่วยได้เยอะแล้วค่ะ
✅ หลุดเพราะอะไร root cause คืออะไร
✅ ทำยังไงถึงจะเจอเร็วกว่านี้
✅ ครั้งหน้าจะป้องกันยังไง
.
👉 ถ้ายังไม่มีพลังมากพอที่จะทำให้เกิด post-mortem ลองเริ่มเล็กกว่านั้นก็ได้ค่ะ
ไปลองคุยกับเดฟคนที่แก้บั๊ก ว่า root cause จริงๆ คืออะไร
เพื่อทำความเข้าใจต้นเหตุให้ชัดเจน
แล้วค่อยมาไล่ดูว่ามันหลุดออกไปได้ยังไง
.
เราอาจจะโดนคำถามว่า “แล้ว QA เทสรึยัง” เหมือนเดิม
เพราะมันเป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้
แต่สิ่งที่เราคิดต่อได้คือ
“เราจะรู้เร็วกว่านั้นได้ยังไง”
และ “จะป้องกันไม่ให้เกิดอีกได้ยังไงบ้าง”
เท่านี้เราก็จะกลายเป็น QA ที่พาทีมไปหาคำตอบแล้วค่ะ

