เครื่องเดฟผ่าน เครื่องเราพัง
แล้วใครถูกกันแน่?
.
เคยเป็นมั้ยคะ
เจอบั๊ก ก็เปิด ticket เขียนอธิบายไปอย่างดี
ส่งไปให้เดฟได้แป๊บนึง
ได้ ticket คืนมา พร้อมคอมเม้นว่า “It works on my machine”
.
เราก็เอากลับมาลองอีกรอบ ก็ยังเป็นอยู่ดี
แล้วความรู้สึกแรกในใจของเราเป็นยังไงคะ
“มันก็เห็นกันชัดๆ อยู่เนี่ย ทำไมไม่เจอนะ”
.
ก็เลยแปะ log แปะ screenshot เพิ่มลงไป
แล้วก็ส่งกลับไปอีกรอบ
แป๊บเดียวก็เด้งกลับมาอีก
ในใจก็คิดว่า อีกฝั่งไม่ได้ตั้งใจดูรึเปล่า
ทำไมส่งกลับไปกลับมาแบบนี้
แล้วผ่านไปซักพัก ก็เริ่มเกิดสงครามย่อมๆ ขึ้นมา
.
แต่รู้มั้ยคะว่า ที่พี่กิ่งเห็นซ้ำๆ ในเคสแบบนี้คือ
ทั้งสองฝั่งตั้งใจดูจริง และไม่มีใครผิดเลยค่ะ
.
เพราะต่างคนต่างก็พูดจริงทั้งคู่
เดฟเอาไปลอง ก็ไม่พังจริงๆ
QA ลองบนเครื่องตัวเอง ก็พังจริงๆ
จริงๆ นี่เป็นสัญญาณบอกเราแล้วนะคะว่า
บั๊กมันซ่อนอยู่ที่ “ความต่าง” ตรงไหนซักที่
.
ที่เจอบ่อยๆ เลยเนี่ยก็เรื่อง Test Data
บั๊กบางตัว มันโผล่มาแค่กับ data บางแบบ
เช่น account เก่าที่สร้างไว้ก่อนฟีเจอร์ใหม่จะออก
แล้ว QA ก็ชอบเทสกันบน account แบบนี้ซะด้วย
ส่วนเดฟอาจจะเทสบน account ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาไม่นาน ก็เลยไม่เจอ
.
นอกจาก data แล้ว เรื่องอื่นที่เจอบ่อยๆ ก็มี
👉 env / config ไม่เหมือนกัน เช่น คนละ test environment เปิดปิด config ไม่เหมือนกัน
👉 account / role คนละแบบ คนนึงเทสด้วย admin อีกคนเทสด้วย user ธรรมดา
👉 version / build คนละตัว คนละเวอร์ชั่น
.
คำว่า It works on my machine มันไม่ใช่ประโยคที่ทำให้เราหัวร้อนอย่างเดียวนะคะ
จริงๆ มันเป็นเบาะแสแรกที่บอกเราเลยว่าควรจะไปเริ่มหาจากตรงไหน
งานที่ต้องทำต่อจากนั้นเลยไม่ใช่การพิสูจน์ว่าใครถูกเพื่อเอาชนะกัน
แต่เป็นการช่วยกันหาว่า ความต่างมันอยู่ตรงไหน
เพื่อที่เดฟจะได้ไปหาทางแก้ต่อได้ง่ายขึ้น
.
ถ้าเรายังพยายามพิสูจน์ต่อ โยน ticket กลับไปกลับมา
นอกจากบั๊กจะไม่ถูกแก้แล้ว ยังทำให้ครั้งหน้าเราคุยกันยากขึ้นด้วย
เพราะต่างคนต่างเริ่มมองว่าอีกฝั่งทำงานไม่ดี
.
📌 ครั้งหน้าที่เจออะไรแบบนี้
แทนที่จะพิมพ์ใน ticket แล้วส่งกลับไป ลองเริ่มอีกแบบดูค่ะ
👉 เดินไปถามอีกฝ่ายว่า ใช้ test data ตัวไหน ลองใช้อันเดียวกันได้มั้ย
👉 เปิดหน้าจอเทสด้วยกันไปเลยค่ะ กดให้ดู แล้วช่วยกันดู log หรือ network tab เผลอๆ จบใน 5 นาที
.
ส่วนใหญ่พอเราเริ่มมาแชร์จอทำไปด้วยกัน
มันมักจะหาคำตอบได้ง่ายขึ้นเยอะค่ะ
เพราะเวลาต่างคนต่างทำ มันก็มองแค่ในมุมตัวเองอย่างเดียว
พอมาช่วยกัน ก็กลายเป็นสองคนช่วยกันสืบคดี
แล้วมันจะช่วยให้ปิดบั๊กนั้นได้เร็วกว่าเอาแต่ส่ง ticket กลับไปกลับมาเยอะเลยค่ะ

