เพิ่งไปพูดในงาน QA Meetup แล้วไปโชว์แก้วน้ำมาค่ะ
ของที่ไม่ว่ามันจะสีอะไร มีหูหรือไม่มีหู หรือจะโดนเอาไปใส่ปากกา มันก็ยังเป็นแก้วน้ำ
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มันใส่น้ำไม่ได้ ตอนนั้นมันจะไม่ใช่แก้วน้ำทันที
เพราะ “การใส่น้ำได้” มันคือตัวตน คือแก่น ของการเป็นแก้วน้ำ
.
QA แบบเราก็เหมือนกันค่ะ
จะไม่เขียน test case เลย
ไม่ execute test เลย
ไม่เจอบั๊กเลย
เราก็ยังเป็น QA อยู่
เพราะเราอาจจะแค่ทำเป็น check list เร็วๆ เทสไปก่อน
อาจจะเขียน automate มารันเทสให้
อาจจะทำ shift-left ได้ดีมาก จน quality ดีเริ่ดมาตั้งแต่ต้น
แต่เมื่อไหร่ที่เราไม่สงสัย ไม่ตั้งคำถามในงานที่เราทำเลย
ตอนนั้น เราอาจจะไม่ใช่ QA แล้วก็ได้นะคะ
เราอาจจะกลายเป็นแค่คนที่ทำงานของ QA เฉยๆ
.
📍 I doubt, therefore I am
เป็นคำที่มาจากนักปรัชญาที่ชื่อ René Descartes
ที่เค้าไปสงสัยทุกสิ่งทุกอย่าง จนสุดท้ายเหลือแค่ “การสงสัย” เองนี่แหละ ที่เป็นสิ่งที่ยังเหลืออยู่
เค้าก็เลยได้ข้อสรุปออกมาว่า เพราะฉันสงสัย ฉันจึงมีอยู่
การคิด การตั้งคำถาม มันเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าตัวเรายังอยู่ตรงนี้
.
ย้อนกลับไปที่ AI
ถ้าเราเชื่อทุกอย่างที่มันตอบเรากลับมา แล้วเอาไปใช้โดยไม่คิดอะไรเลย
เท่ากับว่า ตัวตนของเราก็หายไปจากตรงนั้นเหมือนกันจริงมั้ยคะ
.
❗ แล้วคำถามคือ เราจะต่างจาก AI ได้ยังไง มันมีอยู่ 2 เรื่องที่อยากพาทุกคนไปทำความเข้าใจกันค่ะ
- Accountability = รับผิดชอบผลที่เกิดขึ้น
ไปถาม AI ว่า เคสนี้ต้องเทสมั้ย มันก็อาจจะตอบว่าเคสนี้ความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องเทสก็ได้ มันก็ตอบไปตาม model ที่ถูกเทรนมา เป็นแค่การเดาคำไปตามความน่าจะเป็นเฉยๆ แต่ถ้าสุดท้ายเกิดไปพังบน production ขึ้นมา AI ก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรด้วย คนที่ต้องแบกน้ำหนักของการตัดสินใจนั้นคือตัวเราเอง เพราะฉะนั้นน้ำหนักของการตัดสินใจนั้นมันย่อมต่างกัน - Agency = ลงมือทำโดยไม่ต้องรอให้ใครสั่ง
การสงสัยมันไม่ได้จบที่ แค่ “เอ๊ะ” ครั้งเดียว แล้วจบ แต่เราจะขุดต่อไปอีก เช่น เจอบั๊ก -> ทำไมถึงเกิด -> Test case ขาดตรงไหน -> ทำยังไงถึงจะไม่เกิดปัญหานี้อีก
การเป็นคนที่มี Agency จะทำให้เราลุกขึ้นมาทำสิ่งเหล่านี้ได้เอง ซึ่ง AI มันจะไม่มีทางทำแบบนี้ นอกจากมีคน prompt มันไว้
.
QA ร่างทอง คือ คนที่เข้าใจว่าแก่นแท้ของงาน QA อยู่ที่ไหน
เพราะเราอยากให้ product มี quality ที่ดีที่สุดใช่มั้ยคะ ไม่ใช่ว่าเราอยากจะเป็น QA ที่รันเทสได้เร็วที่สุด หาบั๊กได้เยอะที่สุด
แต่เราคือคนที่จะลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง เพื่อให้ product ของเรามีคุณภาพที่ดี และก็รับผิดชอบต่อการกระทำและการตัดสินใจของเรา
.
ลองมองตัวเองดูนะคะ ว่าเรากำลังโฟกัสตรงไหนอยู่
เราโฟกัสที่แก่นของงาน QA จริงๆ
หรือเรากำลังโฟกัสแค่สิ่งที่ QA ต้องทำ
แล้วเราอาจจะอยากให้ AI แย่งงานของเราไปเลยก็ได้ค่ะ
เพราะเราจะได้ไปโฟกัสในสิ่งที่มีคุณค่ากับงานของเราจริงๆค่ะ

