มีน้องคนนึงตอบว่า “ไม่รู้” ในห้องสัมภาษณ์
แต่สุดท้ายได้ offer
.
คนส่วนใหญ่มักจะทำตรงข้าม พอไม่รู้ก็ไปต่อไม่ถูก
เงียบไปแค่สามวิ แต่ยาวนานเหมือนสามชั่วโมง
สุดท้ายก็เลยเลือกเดาอะไรซักอย่างออกไป เพื่อไม่ให้มันเงียบ
.
ในฐานะที่พี่กิ่งนั่งฝั่งคนสัมภาษณ์มาหลายรอบ
อยากจะบอกตรงๆ เลยว่า ส่วนใหญ่ดูออกค่ะ
ว่าคำตอบไหนเดา หรืออันไหนจำมาแบบไม่เคยทำจริง
เคยมีครั้งนึง ถึงกับต้องบอก candidate เลยว่า
“ขอคำตอบจริงๆ แบบที่ไม่ได้จำมาได้มั้ย”
.
แล้วอีกอย่างที่หลายคนไม่รู้คือ พอดูออกว่าเดาไปแล้วข้อนึง
คนสัมภาษณ์ก็จะเริ่มกลับไปสงสัยอย่างอื่นด้วยว่า ตกลงอันไหนรู้จริงบ้าง
.
น้องคนที่พูดถึง เป็นน้องในทีมเก่า ที่เพิ่งมาปรึกษาพี่กิ่งเมื่อไม่นานนี้ค่ะ
สัมภาษณ์ไม่ผ่านซักที จนหมดความมั่นใจในตัวเอง
คุยกันไปซักพัก เลยแนะนำไปว่า “ถ้าไม่รู้ ก็บอกไปเลยว่าไม่รู้”
ตอนนั้นเค้าก็ยังกังวลว่า แบบนั้นจะดูไม่ดีรึเปล่า ทำให้เราดูไม่เก่ง
แต่พอลองเอาไปปรับจริง ก็ผ่านเข้ารอบลึกๆ หลายที่
สุดท้ายต้องมานั่งเลือกว่าจะรับ offer ที่ไหนดี
.
💬 ส่วนใหญ่คนสัมภาษณ์ไม่ได้หาคนที่รู้ทุกอย่างหรอกค่ะ
เขาหาคนที่รู้ว่าตัวเองรู้อะไร และไม่รู้อะไร
บางทีพี่กิ่งก็ถามไปเพราะอยากเห็นว่าจะตอบยังไง สื่อสารได้มั้ย จัดการกับปัญหายังไง
มากกว่าที่จะหาว่าจำคำตอบเรื่องนี้ได้มั้ย
.
เพราะเรื่องพวกนี้มันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ QA เลยค่ะ
QA ที่บอกว่า “ตรงนี้มีความเสี่ยงนะ เพราะยังไม่ได้เทส” จะช่วยให้ทีมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
QA ที่บอกว่า “น่าจะโอเคแหละ” ทั้งๆ ที่ยังไม่แน่ใจ สุดท้ายทำให้บั๊กหลุดไป production
.
📌 ครั้งหน้าถ้าเจอคำถามที่ไม่รู้ ลองทำแบบนี้ค่ะ
👉 บอกตรงๆ ไปเลยว่า เรื่องนี้ไม่รู้ ยังไม่เคยทำ
👉 แล้วต่ออีกซักหน่อยว่า ถ้าต้องทำจริงๆ จะไปหาคำตอบยังไง หรือหาตัวอย่างที่ใกล้เคียงที่เคยทำ
.
เช่น ถ้าโดนถามเรื่อง Load test แต่ยังไม่เคยทำ ก็ลองตอบว่า
✅ Load test ยังไม่เคยทำค่ะ แต่เคยช่วยทีมเช็ค response time ตอนเทส API
ถ้าต้องทำจริง จะเริ่มจากไปหาคำตอบก่อนว่า business คาดว่าจะมี user ใช้พร้อมกันกี่คน
.
การบอกว่าไม่รู้หรือไม่เคยทำ ไม่ได้ทำให้เราดูด้อยลงเลยค่ะ
แต่มันทำให้คนสัมภาษณ์เห็นว่า เรารู้ตัวเองว่าตรงไหนทำได้ ตรงไหนยังไม่ได้
และทำให้คำตอบอื่นทั้งหมดของเรา มีน้ำหนักมากขึ้นด้วยค่ะ

