169 wordpress feature image (10)

นั่งงมมาทั้งวันก็ยังไม่ไปไหน

แล้วก็เริ่มสงสัยว่า “หรือเราเองที่เก่งไม่พอ” 🫠

เป็นกันมั้ยคะ เวลาที่ติดอยู่กับอะไรซักอย่างมาทั้งวัน คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก
บั๊กที่ทำยังไงก็หาวิธี reproduce ไม่ได้
Requirement ที่แสนจะซับซ้อน ที่คิด test case ยังไงก็รู้สึกว่ายังไม่ครบ
Automation Test ที่เขียวๆ แดงๆ หาทางแก้ไม่ได้ซักที

งานที่มัน “ควรจะเสร็จได้แล้ว” แต่ทำยังไงก็ไม่มีความคืบหน้าซักที

พอเวลาผ่านไปนานเข้า เสียงในหัวก็เริ่มเปลี่ยนจาก
“มันติดตรงไหนกันนะ”

ไปเป็น

“หรือจริงๆ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่งาน… แต่อยู่ที่ตัวเราที่ยังเก่งไม่พอ”

แล้วก็จมอยู่ตรงนั้น พยายามฝืนทำต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่า “มันต้องเสร็จได้แล้ว”

.

แต่จริงๆ แล้ว อาจจะไม่ใช่แบบนั้นนะคะ
การที่เราติดปัญหาอะไรซักอย่างนานๆ หาทางไปต่อไม่ได้ มันไม่ได้แปลว่าไม่เก่งเสมอไป
แต่มันอาจจะแปลว่า สมองเรา overload แล้ว

สมองเราตอนนั้นมันเหมือนสมองที่ไม่ยอม clear cache ออกไปซักที
มันมักจะมีอะไรเดิมๆ ค้างอยู่เต็มไปหมด

ไม่ว่าจะเป็น assumption ที่เราคิดว่าน่าจะใช่
มุมมองที่เราเคยคิดไปแล้ว
วิธีที่เราเคยลองไปแล้ว
แล้วมันก็จะวนๆ อยู่อย่างนั้น

ที่สำคัญคือ สิ่งที่เราชอบทำกันเวลาที่ติดแบบนี้คือ “ฝืนทำต่อไปเรื่อยๆ”
นั่งยาวๆ ไม่ยอมลุก ไม่พักกินข้าว บอกตัวเองว่า ขอดูตรงนี้อีกนิด

แล้วทุกคนคิดว่า สมองของเราที่นั่งคิดอะไรวนๆ มา 5 ชั่วโมงแล้ว มันเชื่อถือได้แค่ไหนคะ

.

ถ้าใครเป็นแบบนี้บ่อยๆ พี่กิ่งอยากให้หยุด แล้วลองทำแบบนี้ดูค่ะ
(ไม่ได้จะมาบอกให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด หรอกนะคะ เพราะแบบนั้นมันก็ดูลอยๆ ไม่รู้จะไปทำอะไรอยู่ดี)

.

📍 1. ลุก!

ลุกจากโต๊ะจริงๆ เลยค่ะ ไม่ใช่แค่พักแล้วไปไถมือถือ หรือเปิด youtube ดู แต่ก็ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะ
ลุกไปเดิน ลุกไปหาน้ำหาขนมกิน ถ้าอยู่ออฟฟิส ก็ลุกไปเม้ากับเพื่อนก็ได้ ชวนกันลงไปซื้อชาไข่มุกอะไรก็ว่าไปค่ะ

บางทีคำตอบมักจะโผล่ออกมาตอนเดินอยู่นี่แหละ

.

📍 2. อธิบายปัญหาให้เป็ดฟัง (ที่เค้าเรียกกันว่า Rubber Duck)

ลองคิดว่าเราต้องอธิบายปัญหาให้เพื่อน หรือใครก็ได้ ที่ไม่รู้เรื่องเลย ไม่ว่ามันจะเป็นปัญหาอะไรที่ติดอยู่
แล้วก็เล่าออกมาดังๆ ทีละสเต็ป (ถ้าอยู่ข้างนอกแล้วเขิน จะคิดในใจก็ไม่ว่ากัน)

คิดซะว่าเรามีตุ๊กตาเป็ดตั้งอยู่ แล้วเราเล่าให้มันฟัง
บางทีเราจะเจอคำตอบ ตอนที่กำลังเล่าอยู่นั่นแหละค่ะ
มันจะเกิดโมเม้นแบบ “อ๋อ ตรงนี้มันควรจะ….” แล้วเราอาจจะเจอทางไปต่อ

.

📍 3. ลองลิสต์ assumption ที่คิดว่า “จริงแน่ๆ” ออกมา

อย่างเช่น เจอบั๊กที่ลูกค้า report ว่าเจอบน production แต่บน staging ทำยังไงก็ไม่เจอ
ลอง reproduce ด้วย step เหมือนกันเป๊ะ ก็ไม่เจอ ทำยังไงก็ไม่เจอ

เราอาจจะกำลังคิดว่า “ก็โค้ดเดียวกัน มันก็ควรจะเหมือนกันสิ”

แต่ปรากฏว่า data ของลูกค้า มันเป็นเคสที่บน staging ไม่มี อาจจะเป็น ลูกค้าใส่ชื่อยาวเกินไป ลูกค้าใช้โค้ดส่วนลดหลายอันซ้อนกัน หรืออะไรทำนองนี้ แต่เพราะเราคิดว่า “Staging เหมือน Production ทุกอย่างแล้ว” จนลืมนึกว่าอาจจะมีเคสที่ data ไม่เหมือนกันก็ได้ จนไม่เคยคิดจะไปดู data จริงเลย

พอลองลิสต์ออกมา เราจะเริ่มเอ๊ะ ว่า เราได้ลองเช็คดูจริงๆ หรือยังว่ามันใช่แบบนั้นจริงมั้ย

.

📍 4. ลองเองจนสุดทางแล้ว ก็ได้เวลาขอความช่วยเหลือ

ข้อนี้ยากสำหรับหลายๆ คน เพราะบางคนจะคิดว่า “ต้องทำเองให้ได้” การไปถามคนอื่นแปลว่าเราไม่เก่ง

แต่จริงๆ การรู้จักขอความช่วยเหลือให้ถูกที่ถูกเวลา เป็นสกิลที่สำคัญมากๆ เลยค่ะ
มันไม่ใช่ ติดปุ๊บ โวยปั๊บ ถามทุกอย่างโดยไม่ลองเองนะคะ อันนั้นคนละเรื่องกันเลย เพราะแบบนั้นเราจะไม่พัฒนาไปไหนเลย

แต่ถ้าเราลองเองเท่าที่จะคิดออกแล้ว ทำต่อก็มีแต่วนๆ อยู่ที่เดิม การเดินไปขอความช่วยเหลือ ก็เป็นอีกอย่างที่ควรทำค่ะ

มันไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่าใคร แต่คนอื่นอาจจะแค่เคยเจอปัญหานี้มาแล้ว เค้าอาจจะแค่ถามกลับมาว่า “แล้วลองเช็ค log ตรงนั้นรึยัง” ก็ทำให้เราไปต่อได้แล้ว

การขอความช่วยเหลือ ไม่ได้แปลว่าเราไม่เก่ง แต่มันแปลว่า เรารู้ว่า “แก้ปัญหาได้” สำคัญกว่า “ใครเป็นคนแก้” ค่ะ

.

🌱 การถอยออกมาจากปัญหา ไม่ใช่การยอมแพ้นะคะ
แต่มันเป็นสกิลของคนที่ทำงานมานานพอที่จะรู้ว่า “ฝืนต่อไปก็ไม่ได้อะไร”

เรามักจะถูกสอนมาให้ขยัน อดทน ตั้งใจทำงานหนัก
แต่มันไม่ได้แปลว่าต้องทำงานไม่หยุดนะคะ
การพัก ก็เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเหมือนกัน

เพราะการฝืนทำต่อ มันหลอกให้เรารู้สึกว่า “เราพยายามแล้วนะ”
แต่ 5 ชั่วโมงที่จมอยู่กับสมองที่ล้าไปแล้ว บางทีมันก็ไม่ได้พาเราไปไหนเลย
สู้ยอมลุกไปพักซัก 15 นาที แล้วกลับมาคิดต่อแบบสมองเฟรชๆ ดีกว่า
เพราะสุดท้าย งานมันไม่ได้วัดกันที่เราขยันแค่ไหน
แต่วัดที่เราทำงานนั้นให้เสร็จได้รึเปล่า

และคุณภาพของงาน มันก็มาจากคุณภาพของคนที่ทำด้วย
แล้วคนทำจะมีคุณภาพได้ ก็ต้องได้พักบ้าง จริงมั้ยคะ

.

ใครยังนั่งฝืนทำอะไรอยู่… ได้เวลาลุกไปเดินแล้วค่ะ! 🚶

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *