37

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง

เรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี
หรือ QA ประสบการณ์ 1 ปี 5 ครั้ง

.

เคยเป็นมั้ยคะ รู้สึกว่าตัวเองติดอยู่กับที่ พยายามจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น
แต่ผ่านไป ก็ได้แค่ เขียน test case, ทำ regression, execute test วนไปอยู่อย่างนั้น
ซื้อคอร์สมาก็แล้ว ลองเรียน Python, Javascript ก็แล้ว
Robot, Cypress, Playwright ก็พยายามจะเรียนทุกอย่าง
แต่สุดท้ายก็ยังไม่รู้จะทำยังไงต่อ

ใครเป็นแบบนี้อยู่ มาลองอ่านเรื่องนี้กันค่ะ

.

เคยได้ยิน กฎ 10,000 ชั่วโมงมั้ยคะ
มันมาจาก Malcolm Gladwell ค่ะ จากหนังสือชื่อ Outliers
เค้าบอกว่า การฝึกฝนอย่างจริงจังเป็นเวลา 10,000 ชั่วโมง
จะทำให้เรากลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นๆ

แต่จริงๆ แล้วแค่ 10,000 ชั่วโมงมันอาจจะไม่พอก็ได้นะคะ

.

การทำสิ่งเดิมซ้ำๆ 10,000 ชั่วโมง โดยไม่สนใจอะไรเลย
ไม่ได้เอา feedback มาปรับปรุงซ้ำๆ ไม่ได้ช่วยให้เราเก่งขึ้น

ถ้าเรารัน regression ซ้ำๆ ทุกวัน เราก็อาจจะรันได้เร็วขึ้น
ถ้าเราเขียน test case ตาม requirement ที่ได้มาซ้ำๆ ทุกวัน เราก็อาจจะเขียนได้เร็วขึ้น
ถ้าเราเปิด bug ticket ตามปัญหาที่เจอแล้วก็จบ ซ้ำๆ ทุกวัน เราก็แค่เขียนได้ดีขึ้น

แต่มันไม่ได้พาให้เราไปไหนเลยค่ะ

.

Naval นักลงทุนชื่อดังที่ viral จากการแชร์แนวคิดเรื่อง financial freedom บอกไว้ว่า
“It’s not 10,000 hours, It’s 10,000 iterations”

มันไม่ใช่ 10,000 ชั่วโมง แต่มันเป็นการทำซ้ำ เก็บฟีดแบ็ค และปรับปรุงซ้ำๆ 10,000 ครั้ง

.

ถ้าเราซื้อคอร์ส Automation Testing Bootcamp 40 ชั่วโมงมาแต่เรียนไม่จบ แล้วก็เลิกไปก่อน
อันนี้นับเป็น 0 iteration

แต่ถ้าเราลองทำตามตัวอย่าง playwright demo แล้วรันเทสแรกที่มันติดมาด้วยจนสำเร็จ
อันนี้นับเป็น 1 iteration

แล้วเราก็ค่อยๆ หาอะไรเล็กๆ เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ

พอรัน demo ได้แล้ว ก็ลองเปลี่ยน URL เป็นโปรเจคต์ของเราเอง
แล้วลองเขียน assertion เช็ค title ง่ายๆ ดู
อันนี้ก็นับเป็น 1 iteration

การที่เราทำได้ครบ iteration เราจะได้ฟีดแบ็คมาค่ะ
ทำแบบนี้ได้ แบบนี้ไม่ได้ แบบนี้ติด error แล้วเราก็จะค่อยๆ ปรับไปเรื่อยๆ

ถ้าทำได้แบบนี้ ตัวเราจะก้าวไปข้างหน้าทุกครั้งที่จบ 1 iteration
ยิ่ง 1 iteration มันเล็ก และ ง่าย มากแค่ไหน
เราก็จะยิ่งได้ฝึกแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นและเก่งขึ้นมากเท่านั้นค่ะ

.

ใครที่ยังรู้สึกว่าติดอยู่กับงาน manual test แล้วไม่รู้จะไปต่อยังไง ลองดูนะคะ
เริ่มจากอะไรง่ายๆ ได้เลย

อย่างเช่น ถ้าไม่อยากแค่กดรันเทส manual เฉยๆ

👉 จากที่เทส UI อย่างเดียว ก็ลองเปิด network tab เช็ค API call ที่ส่งไป
👉 แล้วเราก็ลองใช้ postman ยิง API เช็คสิ่งที่เราได้จาก network tab
👉 แล้วก็ลองขอ access database เข้าไปดูว่าค่าที่ได้มันมาจากตรงไหน
👉 เวลาเจอ API error ก็ลองขอ access เข้า backend ไปดู log ว่าเกิดอะไรขึ้น

.

หรือถ้าใครอยากเริ่ม Automation Test

👉 Setup Playwright แล้วลองรัน demo test ที่ติดมาด้วย
👉 ลองเปลี่ยน URL เป็นโปรเจคต์ของเราเองแล้วรันดู
👉 ลองเพิ่ม assertion เพื่อเช็ค Title ของหน้านั้น
👉 ลองเพิ่ม test step สำหรับเทสที่ง่ายๆ เช่นกดลิงค์ แล้วเปิดหน้าใหม่

.

เห็นมั้ยคะ เราค่อยๆ เพิ่มสิ่งที่ทำไปเรื่อยๆ
1 iteration มันใช้เวลาแค่หลักชั่วโมง หรือนาทีเท่านั้นเอง

แต่ถ้ามัวแต่รอให้เราเก่ง technical ก่อน เขียนโค้ดได้ก่อน
หรือเรียนคอร์ส 40 ชั่วโมงที่ซื้อมาให้จบก่อน
1 iteration ของเราอาจจะกินเวลาเป็นเดือน

.

📍 สิ่งที่สำคัญมันไม่ใช่ว่าเราทำสิ่งนี้มาเยอะแค่ไหน
แต่มันเป็นการที่เราได้ลองลงมือทำอะไรซักอย่าง และเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น
และเอาไปปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นใน iteration ต่อๆ ไป

ถ้าใครทำงานไปตามที่สั่งอย่างเดียว โดยที่ไม่ได้ทดลองทำอะไรใหม่ๆ เลย
ถึงจะทำงานมา 5 ปี ก็อาจจะไม่ได้ต่างไปจากปีแรกที่เริ่มทำงานเลยก็ได้ค่ะ
ที่เพิ่มมาคือชั่วโมงการทำงาน และการที่เราทำสิ่งนั้นได้เร็วขึ้นเท่านั้นเอง

ลองสำรวจตัวเองดูนะคะ ว่าเรากำลังเป็น QA ประสบการณ์ 5 ปี
หรือ เป็น QA ที่ประสบการณ์ 1 ปีมาแล้ว 5 ครั้ง

แล้วก็ลองหาอะไรเล็กๆ ที่เราจะเริ่มทำได้เลย
แล้วก็ลงมือทำเลยค่ะ!

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *