Ticket ใบเดิม ส่งกลับไปกลับมาระหว่าง QA กับ dev มาสามรอบแล้ว
รอบที่สามก็ยังไม่ผ่าน แล้วก็โดนถามว่าจะปิดได้วันไหน
.
รอบที่ 1: ส่งมาแล้วเจอบั๊กหนึ่งตัว เลยส่งกลับไป
รอบที่ 2: แก้ของรอบที่ 1 มาแล้ว แต่ไปเจอที่อื่นพังเพิ่มอีก
รอบที่ 3: แก้ตรงนั้น ไปพังตรงอื่นอีก
แล้วเราก็เลยตั้งใจเขียนให้ละเอียดขึ้นอีก
ส่งไปทีเดียวสิบกว่าปัญหา จะได้ไม่ตกหล่นอีก
.
แล้วส่วนใหญ่ มันก็มีรอบที่สี่มาอีกอยู่ดี
.
บางคนเรียกอะไรแบบนี้ว่าปิงปองค่ะ
เหมือนตีโต้กันไปมา ไม่จบไม่สิ้นซักที
ซึ่งอาการนี้มันเกิดได้จากหลายสาเหตุ
แล้วที่พี่กิ่งเจอบ่อยๆเนี่ย
มันไม่ใช่เพราะ dev ไม่ตั้งใจ หรือ QA เทสไม่ดีพอ
แต่เป็นเพราะ ticket มันใหญ่เกินไปค่ะ
.
ticket ใบเดียว ข้างในมี requirement ย่อยๆ อีกเป็นสิบข้อ
มีหลายอย่างที่ต้องทำ หลายอย่างที่ต้องเทส
มีหลายจุดที่เชื่อมต่อกัน
ใหญ่จนไม่มีใครเห็นภาพได้ครบทั้งหมด
.
บางบั๊กที่เกิดขึ้น ก็เกิดจาก requirement บรรทัดนึงในนั้นที่มีคนเข้าใจไม่ตรงกัน
ที่แก้ตรงนั้น แล้วไปพังตรงนี้ หลายครั้งก็เกิดจากบรรทัดนึงที่มีคนอ่านข้ามไป
เราก็ต้องไล่แก้ไปทีละชิ้น เหมือนไล่จับบั๊กไปทีละตัว
.
ยิ่งเราไปแก้ด้วยการเขียนกลับไปให้ละเอียดขึ้น
ก็กลายเป็นไปเพิ่มของที่ต้องทำความเข้าใจเพิ่มขึ้นอีก
จากเดิมที่อ่าน requirement ไม่ครบอยู่แล้ว
ก็ยิ่งอ่านไม่ครบมากกว่าเดิมอีก
.
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ว่าเราเขียน ticket ละเอียดพอรึยัง
แต่มันอยู่ที่ว่า เราจะทำยังไงให้ทุกคนเห็นภาพตรงกันให้ง่ายที่สุด
ซึ่งสิ่งนี้มันแก้ด้วยการสื่อสารที่ดี
ไม่ใช่การเขียนให้ละเอียดขึ้นค่ะ
.
ticket เด้งไปมารอบแรก เป็นเรื่องปกติ
แต่พอเริ่มมีรอบสอง รอบสาม
มันคือสัญญาณที่ว่า มันมีปัญหาอะไรซักอย่างอยู่ที่การสื่อสารตรงนั้น
เราต้องเปลี่ยนวิธีค่ะ ไม่ใช่ทำแบบเดิมแล้วหวังว่ามันจะดีขึ้น
.
📌 ลองแบบนี้เลยค่ะ
ครั้งต่อไปที่เห็น ticket เด้งกลับไปกลับมา
👉 หยุดเขียนหรืออธิบายเพิ่มก่อน
👉 ขอเวลา dev ซัก 15 นาที เพื่อเปิดจอเทสไปด้วยกัน
👉 ไล่ requirement ด้วยกัน แตกเป็นเรื่องเล็กๆ แล้วเช็คไปทีละเรื่อง
👉 ถ้ายังมีจุดที่เข้าใจไม่ตรงกัน ก็ดึงฝั่ง business เข้ามาด้วย คุยทีเดียวสามฝ่าย ปัญหาจบเร็วกว่าเยอะค่ะ
👉 จบแล้วสรุปเป็นลิสต์ไว้แปะใน ticket เพื่อเอาไว้ track ก็พอ
.
จาก ticket ที่เด้งไปเด้งมา ใช้เวลาสามวันกว่าจะจบ
อาจจะเหลือแค่ 15 นาทีก็ได้ค่ะ

