ใครกำลังรู้สึกว่าตัวเองไม่รู้จะไปทางไหนต่อบ้างคะ
เป็น Manual QA ที่ทำแค่งาน manual อย่างเดียว
จะขยับไปทาง technical ก็รู้สึกว่ามันยากเกินไป
จะทำแบบเดิมไปเรื่อยๆ ก็ไม่สบายใจเอาซะเลย
บางทีก็แอบรู้สึกว่าตัวเองเป็นพลเมืองชั้นสองชั้นสามไปอีก
.
พี่กิ่งเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเลยค่ะ
แต่อยากให้ทุกคนลองมองอีกมุมนึงนะคะ
เพราะเส้นทางที่เรากลัวกันอยู่เนี่ย
หลายคนอาจจะเริ่มเดินมาไกลกว่าที่คิดแล้ว แต่ยังไม่รู้ตัว
หรือบางคนที่ไม่เคยลอง ก็อาจจะยังไม่รู้ว่าก้าวแรกนั้นเริ่มได้ง่ายกว่าที่คิดมาก
.
หลายๆ ครั้งที่เรารู้สึกว่าตัวเองยังไม่เก่งพอ หรือ technical เป็นสิ่งที่ไกลตัว
พี่กิ่งอยากให้ลองนึกดูว่าเคยมีบั๊กตัวไหนที่ reproduce ยากๆ แล้วเราไปหามาจนได้มั้ยคะ
บางคนอาจจะ
✅ อ่าน error message แล้วก็พอเดาได้ว่า เป็นเรื่องข้อมูลไม่ใช่ UI
✅ เปิดดู network log เพื่อดูว่า api request มันยิงไปถึงมั้ย
✅ ลองไล่ดู log ใน server ว่ามันเริ่มพังตั้งแต่จุดไหน
✅ สงสัยว่าทำไม staging ผ่าน แต่ไปพังแค่บน prod เลยไปไล่ดู environment config
✅ ไปคุ้ยใน database จนรู้ว่ามันพังตอนใช้ข้อมูลคนละแบบกัน
.
ทั้งหมดนี้คือก้าวแรกสำหรับคำว่า technical แล้วนะคะ
มันไม่ใช่ว่าต้องเขียนโค้ดได้ อ่านโค้ดรู้เรื่อง
หรือจะต้องใช้ tool อะไรเท่ๆ
ถึงจะเริ่มต้นเส้นทาง technical ได้
เพราะทุกข้อที่พูดไปข้างบน มันคือเรื่องเดียวกันหมดเลย
👉 ลองหาก่อนว่ามันน่าจะพังเพราะอะไร
👉 หาหลักฐานมายืนยัน
👉 ค่อยๆ ตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกทีละอย่าง
ซึ่งมันเป็นวิธีการ troubleshoot ปัญหาทั่วไป และเป็นวิธีคิดที่ใช้ในการทำ Automation Test ด้วยค่ะ
.
📌 แต่ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วรู้สึกว่า เรายังไม่เคยทำเลยซักข้อล่ะ
อย่าเพิ่งรู้สึกว่า ตัวเองไม่เก่ง หรือไม่มีหัวด้านนี้นะคะ
มันแปลว่าเรายังไม่มีโอกาสได้ลองเฉยๆ
อาจจะอยู่ในทีมที่ไม่ได้คิดว่า QA ต้องเข้ามาทำตรงนี้
ไม่มีใครบอกว่าเราก็เข้าไปเริ่มลองเองได้
หรือไม่มีใครให้ access เราเข้าไปลอง
.
และที่สำคัญคือ ก้าวแรกมันเริ่มง่ายกว่าที่คิดมากค่ะ
👉 ลองเปิด Network tab ใน browser ตอนที่ reproduce bug แล้วดูว่ามี request ไหนที่แปลกๆ บ้าง
👉 ลองขอ access เข้า database เพื่อเข้าไปดูว่า data ที่เราเทส มันโดนเก็บไว้ตรงไหน
👉 ลองถาม dev ดูว่า จะเข้าไปดู log ยังไงได้บ้าง แล้วลองเข้าไปอ่านดู
เท่านี้ก็เป็น step แรก ที่ทำให้ตัวเอง technical มากขึ้นได้แล้วค่ะ
.
💬 สิ่งที่พี่กิ่งอยากบอกทุกคนก็คือ
คำว่า “เราทำ technical ไม่ได้หรอก” จริงๆ มันไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ
แต่การที่เราคิดแบบนี้ มันเหมือนเรากำลังปิดประตูตัวเองไว้ก่อน
พอเราเชื่อว่าตัวเองทำไม่ได้ เราก็ไม่ลอง
พอไม่คิดจะเริ่มลอง ก็เลยไม่ได้ทำซักที
แล้วสุดท้ายมันก็กลายเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ทั้งที่ยังไม่ได้ลองเลยซักนิด
.
📌 อ่านจบแล้วพี่กิ่งอยากให้ไปเริ่มลองดูเลยนะคะ
บั๊กตัวต่อไปที่เจอ ลองใช้เวลาเพิ่มขึ้นซัก 10 นาที
ไปหาข้อมูลเพิ่ม แล้วเขียนลงไปว่า
👉 “มันน่าจะพังเพราะอะไร”
👉 “ต้องไปดูที่ไหน ถึงจะรู้ว่าคิดถูกมั้ย”
แค่ลองคิดเพิ่มดูอีกนิดเพื่อตอบสองคำถามนี้
ก็ถือว่าเป็นก้าวแรกที่เราจะฝึกให้เก่ง technical เพิ่มขึ้นได้แล้วค่ะ

