สารภาพมาค่ะ… ทุกวันนี้ใครเปิด Postman มาแล้วทำแค่นี้บ้าง
- แปะ URL
- ใส่ Body
- กด Send
- เห็นสีเขียว 200 OK -> ผ่าน จบ!
✋ ถ้าใช่ พี่กิ่งบอกเลย “เสียของ!!”
เพราะ Postman จริงๆ แล้วมีฟีเจอร์มากมายที่ช่วยให้เราเทสได้ง่ายขึ้น ประหยัดเวลาได้มากขึ้น
ใครอยากเป็น QA ร่างทอง มาดู 3 ฟีเจอร์นี้กันค่ะ รับรองเทสง่ายขึ้น 300%
🔥 1. Environment Variables: หยุดแก้ URL ทีละตัว!
🛑 Before (ชีวิตเศร้า):
สมมติเรามี 50 Requests ที่ยิงไปที่ https://dev-api.shopping.com/xxxx
เทสบน Dev Environment อยู่ดีๆ ทีมบอก “เดี๋ยวจะเอาขึ้น Staging แล้ว ฝากเทสอีกรอบหน่อย”
😱 สิ่งที่เกิดขึ้น:
ถ้าใครไม่ได้ใช้ Environment Variables จุดนี้เศร้า!
เพราะเราต้องมานั่งแก้ URL ทั้ง 50 ตัว จาก dev-api เป็น staging-api แก้กันจนหน้ามืด!
แถมเทสไปซักพัก เอ๊า แก้ไม่ครบ เส้นนี้ยังยิงไป Dev อยู่เลย ต้องมาเริ่มเทสกันใหม่อีก
✅ After (ชีวิตดี):
ให้เราไปที่ Environment แล้วก็สร้าง Dev กับ Staging แยกกัน
แล้วสร้าง Variable ชื่อ {{base_url}} ขึ้นมา
เวลาใส่ในช่อง URL ก็เขียนแค่: {{base_url}}/xxx
- Dev Env: base_url = https://dev-api.shopping.com
- Staging Env: base_url = https://staging-api.shopping.com
💡 ผลลัพธ์:
เวลาจะย้าย Environment ในการเทส เราแค่กดเลือก Dropdown มุมขวาบนคลิกเดียว
ทุก Request จะเปลี่ยนไปยิง Staging ทันที! เริ่ด!


🔥 2. Collections: จัดระเบียบชีวิตเหมือนจัดตู้เสื้อผ้า
🛑 Before:
Save Request กระจัดกระจาย ตั้งชื่อปนกันไปหมด
Untitled Request, New Request, Login, Copy of Login และอื่นๆอีกมากมาย
พอจะใช้ หาไม่เจอ!!!
✅ After:
สร้าง Collection แบ่งตาม Flow การทำงานจริงของ User ไว้เลย เช่น:
- E-Commerce Flow
- Login
- Get Product List
- Add to Cart
- Checkout
💡 ผลลัพธ์:
นอกจากจะเป็นระเบียบ หาง่ายแล้ว เรายังกดปุ่ม “Run Collection” ได้ด้วย!
Postman จะรันเทสให้เราอัตโนมัติทีละสเต็ป ตั้งแต่ Login ยัน Checkout รวดเดียวจบ
แค่นี้ก็รัน Regression ง่ายๆ ได้หนึ่ง Flow แล้ว
ทรงพลัง!!!

🔥 3. Snippets (Tests Tab): เขียนโค้ดไม่เป็น ก็เทสต์ได้!
🛑 Before:
ตาทิพย์! ไล่เช็ค Response Body ทีละตัว ไม่ก็กวาดตาดูแล้วก็คิดว่าน่าจะถูกแล้วแหละ
ได้ Status 200 OK ก็น่าจะผ่านแล้ว แต่จริงๆ Get Product List ดึง Product Name มาผิด!
✅ After:
เขียนโค้ดไม่เป็น ไม่ใช่ปัญหา
เราเขียน Automated Test ได้ง่ายๆ โดยการกดไปที่แท็บ Scripts แล้วจะมีเมนู Snippets เป็นโค้ดสำเร็จรูป ให้จิ้มเลือกได้เลยว่าจะเทสอะไร
เช่น
👉 อยากเช็คว่า Response Code ผ่านมั้ย: จิ้ม “Status code: Code is 200” โค้ดโผล่มาทันที!
pm.test("Status code is 200", function () {
pm.response.to.have.status(200);
});
👉 อยากเทสว่า Response มีคำที่ต้องการมั้ย ก็เลือก“Response body: contains string”
แล้วแก้คำในวงเล็บเป็นคำที่เราจะหา เช่นชื่อ Product Name ที่เราเทส “Product ABC”
pm.test("Body matches string", function () {
pm.expect(pm.response.text()).to.include("Product ABC");
});
💡 ผลลัพธ์:
พอกด Send ปุ๊บ Postman จะสรุปผลให้เราเลยว่า PASS หรือ FAIL สีเขียว/สีแดง ชัดเจน ไม่ต้องมาไล่ดูเองอีกต่อไป
ปล่อยให้โค้ดมันเช็คให้เราไปค่ะ เรากดรันแล้วก็นั่งรอผลสวยๆได้เลย!

💬 Quality Mindset:
“ความขี้เกียจที่ถูกต้อง เป็นจุดเริ่มต้นของ Innovation”
QA ที่เก่ง ไม่ใช่แค่คนที่ขยันเทสซ้ำๆ แต่ต้องเป็นคนที่สามารถเทสได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หาวิธีใช้เครื่องมือมาช่วยเทส เพื่อลดเวลา ลดความผิดพลาด
และเราจะได้ไปโฟกัสเรื่องที่สำคัญกว่าได้อย่างเต็มที่ (เช่น Business Logic หรือ ทำ Exploratory Test)
ใครยังไม่เคยใช้ ลองเริ่มวันนี้เลยนะคะ ค่อยๆ ลองเล่นวันละฟีเจอร์เดี๋ยวก็คล่องเอง
เพื่อนๆคนไหนมีท่าอื่นใน Postman ที่ช่วยให้เทสได้ง่ายขึ้นมาแชร์กันได้นะคะ
หรือใครติดตรงไหนคอมเมนต์ถาม หรือทักมาถามได้เลยค่ะ

